ปัญหาบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) มีสาเหตุมาจากแนวคิดเรื่องเพศที่ยึดติดกับความเป็นเพศทางกายภาพเพียง 2 เพศ คือ เพศหญิง และเพศชาย ทำให้กลุ่มที่มีเพศสภาพ อัตลักษณ์ทางเพศอื่นๆ หรือกลุ่มคนที่ดำเนินชีวิตแบบหลากหลายเพศถูกมองว่าผิดปกติ
บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านต่างๆ ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าทำงาน การใช้บริการในพื้นที่สาธารณะที่มีการจำแนกเพศชายหญิง การระบุถึงตัวตนหรือเพศในทางกฎหมาย การแต่งกาย เป็นต้น
ได้มีการออกข้อกำหนดของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมแห่งชาติว่าด้วยการกำหนดบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเป้าหมายเป็นผู้รับสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2555 ออกตามความในพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2546 ระบุว่า “บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นหนึ่งใน 13 กลุ่มประชากรที่เผชิญความยากลำบาก”และจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือพิเศษในการเข้าถึงบริการทางสังคม
สถานการณ์กลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เครือข่ายของกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศได้พยายามผลักดันกฎหมาย 2 ฉบับ โดยฉบับแรก คือร่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ถูกเสนอขึ้นเพื่อแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งกำหนดให้การสมรสทำได้แค่เฉพาะ “ชาย-หญิง” ตามเพศที่ระบุในทะเบียนราษฎรเท่านั้น โดยแก้ไขเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดเรื่องเพศในการสมรส ไม่ว่าจะเป็น “บุคคล” เพศใด ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้ ภายใต้กฎหมายเดียวกัน และมีสถานะเป็น “คู่สมรส” ตามกฎหมาย และ อีกฉบับคือ ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2565 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิต พ.ศ... โดยที่สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต มีรายละเอียดดังนี้
คู่ชีวิต หมายถึง บุคคลสองคนซึ่งเป็นเพศเดียวกันโดยกำเนิด และได้จดทะเบียนคู่ชีวิตตามกำหนดให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพ.ร.บ. นี้
การจดทะเบียนคู่ชีวิตจะทำได้ต่อเมื่อบุคคลทั้งสองฝ่ายยินยอม มีอายุ 17 ปีบริบูรณ์ และทั้งสองมีสัญชาติไทย หรือฝ่ายใดฝ้ายหนึงมีสัญชาติไทย รวมทั้งกำหนดบุคคลต้องห้ามไม่ให้จดทะเบียนคู่ชีวิต เช่น ทั้งสองคนเป็นญาติสืบสายโลหิตกัน เป็นพีน้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมแต่บิดาหรือมารดา เป็นต้น
กรณีที่ผู้เยาว์จะจดทะเบียนคู่ชีวิต ต้องได้รับความยินยอมของบิดา มารดา ผู้รับบุตรบุญธรรม ผู้ปกครอง หรือศาล และเมื่อจดทะเบียนคู่ชีวิตแล้วผู้เยาว์ย่อมบรรลุนิติภาวะ
กำหนดบทบัญญัติเพื่อรองรับลักษณะความสัมพันธ์ของคู่ชีวิต เช่น ต้องอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวและช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตน
คู่ชีวิตมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายเช่นเดียวกับสามีหรือภริยา และมีอำนาจดำเนินคดีต่างผู้ตายต่อไปเช่นเดียวกับสามีหรือภริยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป. วิ อาญา)
ทรัพย์สินระหว่างคู่ชีวิต แบ่งเป็นสินส่วนตัวและทรัพย์สินร่วมกัน
การสิ้นสุดการเป็นคู่ชีวิต คู่ชีวิตย่อมสิ้นสุดลงด้วยความตาย ศาลพิพากษาให้เพิกถอน หรือการเลิกการเป็นคู่ชีวิต รวมทั้งกำหนดเหตุฟ้องเลิกการเป็นคู่ชีวิต เช่น คู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่ชีวิต ประพฤติชั่ว ทำร้าย ทรมานร่างกายหรือจิตใจ จงใจละทิ้งอีกฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปี
บุตรบุญธรรม เมื่อคู่ชีวิตได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขใน พ.ร.บ. นี้ และ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) แล้ว สามารถรับบุตรบุญธรรมได้ รวมทั้งคู่ชีวิตฝ่ายหนึ่งจะจดทะเบียนรับผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของคู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของตนด้วยก็ได้
เมื่อคู่ชีวิตฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาย ให้คู่ชีวิตอีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสตามบทบัญญัติใน ป.พ.พ. ว่าด้วยมรดก
กำหนดให้นำบทบัญญัติใน ป.พ.พ.ว่าด้วยคู่สมรสครอบครัวและบุตรบุญธรรมมาใช้บังคับแก่คู่ชีวิตด้วยโดยอนุโลมในบางกรณี
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor