การส่งต่อจากใจสู่ใจ... ของคนบางแก้วให้อยู่เย็นเป็นสุข
เล่าเรื่องโดย นางทิพาภรณ์ สังขพันธ์
ปักหมุด : ที่บางแก้ว
ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ตามถนนสายบางนา-ตราด (ถนนเทพรัตน์) ติดกับเขตประเวศและเขตบางนาของกรุงเทพฯ แบ่งเขตการปกครองเป็นเทศบาลเมืองบางแก้ว จำนวน 16 หมู่บ้าน เป็นชุมชนกี่งเมือง มีประชากรอาศัยทั้งสองฝั่งของถนนเทพรัตน์ จึงทำให้ต้องมีสถานบริการในการดูแลและบริการรักษาพยาบาลประชากรทั้งสองฝั่งถนน เป็น รพ.สต. 2 แห่ง คือ รพ.สต.วัดสลุด และ รพ.สต.บางแก้ว
หลังจากนัดหมาย กับ หมอเพ็ญ (นางเพ็ญศิริ โคตรพัฒน์ : ผอ.รพ.สต.บางแก้ว) ในการลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนผู้มีภาวะเปราะบางของตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่ทีม ศปจ.สมุทรปราการ กับกลไกในพื้นที่ได้ร่วมกันจัดลำดับความสำคัญเป็น ๒ รายเร่งด่วน ที่จะเข้าไปเยี่ยมเยียนเพื่อส่งมอบพลังและกำลังใจในขณะที่ครอบครัวประสบภาวะวิกฤตให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพของตนเองทีมงาน ศปจ.สมุทรปราการและทีมสื่อ ได้เตรียมการในการจัดหาของใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันที่ครอบครัวต้องการ สำหรับการอุปโภคและบริโภคในครอบครัวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น มีข้าวสาร ไข่ อาหารแห้ง และเครื่องดื่มบำรุง เป็นต้น
เมื่อถึงสถานที่นัดหมาย คือ รพ.สต.บางแก้ว หมอเพ็ญ ได้ก้าวเข้ามาทักทายกับทีมงาน ศปจ.สป.ด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นกันเอง หมอเพ็ญเป็นผู้หญิงร่างเล็กแต่ใจใหญ่ทำงานเกินร้อย เพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่ง ผอ.รพ.สต. บางแก้ว แต่เป็นที่รักของชุมชนเพราะทำงานด้วยความขยันขันแข็งในการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน และอสม.ในพื้นที่ เป็นกลไกหลักในการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตของพื้นที่ในหมู่บ้านร่วมกัน ในรูปแบบกลไก “พชต.” (คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับตำบล) เมื่อรวมพลกันเสร็จ ก็พากันออกเดินทางด้วยรถของ รพ.สต. บางแก้ว เพื่อจะได้พูดคุยรายละเอียดและเหตุผลในการเยี่ยมเยียนผู้มีภาวะเปราะบางในพื้นที่ ๒ ราย เนื่องจากเป็น ๒ รายที่ต้องให้การช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนก่อน โดยหมุดหมายแรกเป็นพื้นที่หมู่ที่ ๑ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้มีภาวะเปราะบางที่ประสบอุบัติเหตุเป็นผู้พิการติดเตียงและช่วยเหลือตนเองไม่ได้มา ๑๕ ปี ชื่อ นายอดิศร โกศลเวท และหมุดหมายสุดท้ายเข้าพื้นที่หมู่ที่ ๓ เพื่อเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ อายุ ๘๓ ปีที่เดินไม่ได้ ชื่อ คุณยายมาลี รังสันต์ ที่อาศัยอยู่กับลูกชายที่มีปัญหาป่วยทางจิตแต่สามารถทำงานประกอบอาชีพหาเลี้ยงมารดาได้

ปักหมุดพบฉุกเฉิน : งานงอกระหว่างทาง
ระหว่างการเดินทางเช้าซอยของหมู่ที่ ๑ ซึ่งเป็นบ้านเป้าหมาย พบรถฉุกเฉินขวางทางเข้าออกอยู่ ทำให้รถของทีมเราเข้าไม่ได้ หมอเพ็ญรีบลงจากรถเป็นคนแรกอย่างรีบร้อนด้วยความเป็นห่วง เพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทีมงานเราลงไปสมทบ พบว่าในบ้านจะมีทีมงานของพื้นที่ ซึ่งมี ผู้ใหญ่นรงค์ฤทธิ์ วีระสุนทร และ พี่สุมาลี บุญหมั่น ผช.ผญบ.และเป็นประธาน อสม.ของหมู่ ๑ ด้วยพร้อมทีม อสม.และทีมช่วยเหลือจากรถฉุกเฉิน กำลังช่วยเหลือและสอบถามญาติ รวมทั้งเพื่อนบ้านที่มาร่วมให้การช่วยเหลือ กับเหตุการณ์ที่ผู้หญิงสูงวัยล้มหัวฟาดพื้นหมดสติในห้องน้ำ สังเกตุจากสีหน้าของทุกคนแสดงถึงความเป็นห่วงใยอย่างมาก หมอเพ็ญได้พูดคุยกับ ผญ.นรงค์ฤทธิ์และพี่สุมาลีในการช่วยเหลือและการเตรียมตัวของญาติรวมทั้งเอกสารประจำตัวผู้ป่วย และประสานนำเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง สัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยและการช่วยเหลือเผื่อแผ่ของคนในชุมชน ทั้งจากเพื่อนบ้าน ผู้นำท้องที่ ที่ได้เข้ามาให้กำลังใจและให้การช่วยเหลือด้วยน้ำใจอย่างเต็มกำลังทุกคน
จุดหมายปลายทางแรก:คุณแม่ผู้รักลูก..ที่พิการติดเตียง
จากนั้นทีมงาน ศปจ.สป.พร้อม ผญ.นรงค์ฤทธิ์ หมอเพ็ญ พี่สุมาลีและทีม อสม. ก็เคลื่อนขบวนมาเยี่ยมเยียนผู้มีภาวะเปราะบางที่เป็นผู้พิการติดเตียงที่บ้านเลขที่ ๓๙/๑ หมู่ ๑ ต.บางแก้ว เมื่อไปถึงจะพบหญิงสูงวัยยืนอยู่หน้าบ้านเรือนไม้ ๒ ชั้น เมื่อสอบถามพบว่าเป็นคุณแม่ณัฐฐา โกศลเวท ซึ่งเป็นมารดาของผู้พิการติดเตียงที่ทีมเราจะเข้าเยี่ยมเยียนนั่นเอง ทีม ศปจ.สป.และหมอเพ็ญ พร้อมผญ.นรงค์ฤทธิ์จึงได้แนะนำตัวและบอกวัตถุประสงค์ของการมาเยี่ยมเยียนเพื่อไต่ถามสารทุกข์สุกดิบ และปัญหาที่อยากให้ได้รับการแก้ไขในเบื้องต้นของครอบครัว



บ้านที่ทีมเราเข้าเยี่ยมเยียนเป็นเรือนไม้ใต้ถุนโล่ง มีพื้นที่ประมาณ ๕๐ ตารางวา ชั้นล่างจะมีอุปกรณ์ในการทำครัวและของใช้ บริเวณบ้านร่มรื่นแบ่งออกเป็นสองส่วนเป็นที่ตั้งของตัวบ้าน และพื้นที่ปลูกต้นไม้ที่เป็นไม้ผลเต็มพื้นที่ สอบถามทราบว่าเป็นบ้านเช่าของเพื่อนบ้านที่ให้เช่าในราคาถูก เดือนละ ๑๒๐๐ บาท ในชั้นล่างของบ้านพบว่ามีมุ้งกางไว้ ภายในมุ้งมีร่างของ นายอดิศร โกศลเวท ชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมนอนหลับอยู่ภายในมุ้ง พบแขนขางอผิดรูปร่าง และบริเวณหลังมีแผลกดทับ

คุณแม่ณัฐฐา วัย ๖๐ ปี เรียกได้ว่าเป็น “แม่ที่รักลูก” เนื่องจากระหว่างที่เลิกมุ้งให้ดูร่างของลูกชายและพูดคุยกันกับทีมงาน คุณแม่ได้ลูบต้นขาและแขนของลูกชายอย่างแผ่วเบา ทำให้ทีมงานสัมผัสได้ถึงความรักและความอนาทรต่อลูกชายจากสีหน้าและแววตาในขณะที่เล่าให้ทีมงานเราฟังว่า “ต้องกางมุ้งไว้ ไม่งั้นจะมีแมลงมาไต่ตอม แม่มีลูกชายคนเดียว เขาเป็นคนรูปร่างเล็ก แข็งแรงดี พอจบมัธยมศึกษา ก็ทำงานช่วยพ่อแม่หาเลี้ยงครอบครัว ต่อมาแต่งงานมีครอบครัวแต่ก็ยังอาศัยอยู่ด้วยกัน มีลูกสาวด้วยกัน ๑ คน พออายุ ๒๙ ปี มาประสบอุบัติเหตุรถชน ทำให้ต้องผ่าตัดสมอง พูดไม่ได้ และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องนอนติดเตียงมา ๑๕ ปีแล้ว ส่วนภรรยาก็เลิกรากันไป ทิ้งหลานสาวไว้ให้ปู่และย่าดูแล ซึ่งต่อมาหลานสาวก็เกิดพลาดพลั้งในระหว่างเรียนขณะอายุ ๑๔ ปีจนตั้งท้องขึ้นมา และกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ปัจจุบันหลานสาวอายุ ๑๙ ปี ต้องรับผิดชอบหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียว มีรายได้เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งเบี้ยผู้พิการของผู้เป็นพ่อ ๘๐๐ บาท ที่ต้องจ่ายค่าเช่าบ้าน และค่าใช้จ่ายในบ้าน โดยเฉพาะแพมเพิสของพ่อที่ต้องใช้ตลอด ถึงแม้บางครั้งจะได้รับบริจาคมาจากเทศบาล หรือ รพ.สต แต่ก็ไม่เพียงพอ รวมทั้งตอนนี้มีค่าใช้จ่ายของเหลนอายุ ๕ ปีที่ต้องเข้าโรงเรียน ทำให้รายได้ไม่เพียงพอในแต่ละเดือน สิ่งที่อยากได้เพิ่มจากเบี้ยผู้พิการคือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของลูก แต่ก็มีปัญหาในการจัดทำเพราะเขาบอกว่าต้องเอาลูกไปยืนยันตัวตนด้วย ทำให้มีความยากลำบากไม่สะดวกในการเดินทางที่จะพาไปเป็นอันมาก เพราะลูกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นี่คือความต้องการความช่วยเหลือจากทางผู้ใหญ่บ้านว่าจะมีทางทำอย่างไร ที่จะต้องไม่ต้องพาไปแสดงตัวตน”

กลไกพื้นที่รู้ปัญหาหน้างาน..ส่งผ่านความช่วยเหลือ
เมื่อทีมงาน ศปจ.สป และกลไกพื้นที่ ผญ.นรงค์ฤทธิ์ หมอเพ็ญ และทีม อสม. ได้รับฟังความต้องการและปัญหาของคุณแม่ณัฐฐากันแล้ว ทางผญ.นรงค์ฤทธิ์ ได้บอกกับคุณแม่ณัฐฐาว่า “ ถึงแม้ผมเพิ่งจะมารับตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านใหม่ แต่ผมจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่ และจะร่วมกันหาทางออกเพิ้อดำเนินการในการยืนยันแสดงตัวตนของอดิศรให้สามารถทำที่บ้านให้ได้ เพราะเห็นความยากลำบากในการที่จะพาไป” และสำหรับพี่สุมาลี ที่สวมหมวกหลายใบในการช่วยเหลือชุมชนในพื้นที่ เป็นทั้งประธาน อสม.หมู่ ๑ เป็นผช.ผญบ. รวมทั้งเป็น อพม.ด้วย ก็รับปากกับคุณแม่ณัฐฐาว่า จะหาทางออกดำเนินการในการช่วยเหลือในการแสดงยืนยันตัวตนของนายอดิศรให้สามารถทำที่บ้านให้ได้เช่นกัน จากคำตอบและคำรับรองอย่างแข็งขัน ในการช่วยเหลือที่จะช่วยแก้ไขปัญหาที่ติดขัด ทำให้คุณแม่ณัฐฐามีสีหน้าแช่มชื่นขึ้นอย่างมีความหวัง พวกเราทีมงานต่างให้กำลังใจและพูดคุยกับคุณแม่ณัฐฐาสักพัก ก็ได้มอบของเยี่ยมซึ่งประกอบไปด้วย ข้าวสาร ไข่ อาหารแห้ง เครื่องดื่ม เป็นต้น เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตได้ต่อไปอย่างมีความสุข เป็นความสุขที่ได้แบ่งปันกันด้วยใจต่อใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของกลไกในพื้นที่ที่จะเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน ด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นสุข และหากกลไกในพื้นที่มีความเข้มแข็ง สอดประสานการทำงานร่วมกัน และทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มสรรพกำลัง ทีมงาน ศปจ. ก็เป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆที่ไปหนุนเสริมให้กลไกในพื้นที่เดินไปด้วยกันต่อไปในการสร้างพื้นที่ชุมชนให้เกิดความสุข


ประสานพลังช่วยกันเต็มที่..แต่ไม่ทันบทสุดท้ายของชีวิต
หลังจากทีมงานและกลไกในพื้นที่ได้มีการดำเนินการประสานงานในการขอรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้แก่ นายอดิศร อย่างเร่งด่วนนั้น ผ่านมาอีกสามอาทิตย์(ทีมงานลงไปเยี่ยมเป็นช่วงเดือน ธันวาคม ๒๕๖๗) พอวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๘ได้รับข่าวเศร้าจากคุณแม่ณัฐฐาว่า นายอดิศร ได้เสียชีวิตลงแล้วในเช้าของวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๖๘ ทีมงานรับทราบข่าวด้วยความเศร้า แต่ทุกคนได้แต่ส่งกำลังใจให้คุณแม่ณัฐฐาที่ดูแลลูกชายเป็นอย่างดีมาตลอด ทุกอย่างเป็นไปตามสัจจธรรมและความจริงที่ชีวิตของคนเราเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ล้วนต้องประสบพบเจอ ความเจ็บป่วย ความทุกข์ ความไม่พึงประสงค์ที่ทุกคนหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ปลายทางสุดท้ายของทางเดินชีวิตนั่นเอง
จุดหมายปลายทางที่ 2 : คุณยายวัยเก๋า..นักสู้ผู้ไม่ยอมแพ้ในโชคชตา
เดินทางต่อท่ามกลางแดดเปรี้ยง แต่ทีมงาน ศปจ.สมุทรปราการ พร้อมหมอเพ็ญ และพี่สุมาลี ก็ไม่ลดละ เพื่อไปเยี่ยมเยียนคุณยายมาลี รังสันต์ ที่บ้านเลขที่ ๙๒/๔ ม.๓ ของตำบลบางแก้ว เมื่อไปถึงจุดหมายปลายทาง ได้พบกับชายหนุ่มรูปร่างสันทัดยืนรอพร้อมทีม อสม.ของหมู่ ๓ คือ พี่อรชา ผาสุข และรองประธาน พี่พรสวรรค์ โพธิดอกไม้ พอแนะนำตัวกันถึงได้ทราบว่า ชายหนุ่มที่ยืนรอทีมเรานั้น คือ ผญ.ศิตกาณ สุริยะยานนท์ ผู้ใหญ่บ้านป้ายแดงของหมู่ ๓ ที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งมาหมาดๆนั่นเอง พร้อมทั้ง พี่กรรณิกา ฤทธิ์งาม ผช.ผญบ.หมู่ ๓ พอพูดคุยกันได้รับรู้ว่า ต.บางแก้ว มีการคัดเลือก ผญบ.ใหม่ ทำให้ทุกหมู่บ้านได้ผู้ใหญ่บ้านวัยหนุ่มแน่น อายุ ๓๐ ต้นๆนั่นเอง นับว่าเป็นตำบลที่มีคนหนุ่มไฟแรงมาช่วยกันดูแลทุกข์สุข และให้การช่วยเหลือประชาชนในชุมชนของตำบลบางแก้ว หากประเทศชาติได้ผู้นำพื้นที่ที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจทุกข์สุขของชุมชนทุกตำบล คงจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

บ้านหลังที่ ๒ ที่ทีมเราเข้าไปเยี่ยมเยียนนี้เป็นบ้านเช่าซอยหลังวัดหนามแดง ตำบลบางแก้ว จากการพูดคุยกับผู้ใหญ่ศิตกาณ ได้เล่าให้ฟังว่า ห้องเช่านี้ได้เช่าที่ของวัดในการทำเป็นบ้านเช่าให้เป็นที่พักอาศัยของผู้มีรายได้ไม่มากนัก ลักษณะที่เห็นเป็นตึกปูน ๒ ชั้น มีห้องเช่าทั้งหมด ๑๐ ห้อง แบ่งเป็นชั้นบน ๕ ห้องและชั้นล่าง ๕ ห้อง บริเวณโดยรอบร่มรื่น ห้องเป้าหมายที่จะไปเยี่ยมเยียนเป็นห้องสุดท้ายอยู่ที่ชั้น ๒ ของบ้านเช่าเลขที่ ๙๒/๔ ที่คุณยายมาลี รังสันต์ วัย ๘๓ ปี ได้อาศัยและใช้ชีวิตในบั้นปลายอยู่กับลูกชายตามลำพัง
หลังจากทีมงานได้ปีนป่ายบันไดที่สูงชันเพื่อขึ้นไปที่ชั้น ๒ ของห้องเช่า ลักษณะของห้องเช่าเป็นห้องขนาดเล็ก ประมาณ ๓X๔ เมตร ภายในห้องเช่าเล็กๆ ที่ใช้เป็นที่อาศัยหลับนอนของแม่ลูก ๒ คน และทำครัวไปด้วย มีห้องน้ำภายในห้อง พบคุณยายมาลี รังสันต์ วัย ๘๓ ปีและลูกชายนั่งอยู่ในห้องคุณยายมาลีเป็นผู้หญิงร่างเล็กแต่ดูแข็งแรง อารมณ์ดี มีสีหน้ายิ้มแย้มต้อนรับผู้มาเยือนพร้อมเชื้อชิญให้ทีมเราเข้ามานั่งพูดคุยกัน ท่าทางดีใจที่ได้พบปะพูดคุยกับผู้คน เพราะในบ้านคุณยายมาลี อาศัยอยู่กับลูกชาย ๒ คนเท่านั้น คุณยายมาลีเป็นคนคุยเก่งเล่าให้ทีมงานฟังว่า “ เป็นสาวสมุทรสาคร แล้วพบรักกับหนุ่มสมุทรปราการ เลยย้ายมาอยู่ที่สมุทรปราการตั้งแต่สาวๆ ช่วยกันทำมาหากินกับสามี มีลูกด้วยกัน ๗ คน แต่ละคนก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวแล้วไม่ค่อยได้กลับมาหาแม่กัน ทุกวันนี้ก็อยู่กับลูกชาย แต่มีลูกสาวที่ช่วยออกเงินค่าเช่าห้องเดือนละ ๑,๑๐๐.บาทมาให้ รายได้ก็ได้มาจากเบี้ยผู้สูงอายุ ๘๐๐ บาท กับรายได้ของลูกชายที่แกะสายไฟและเอาทองเหลืองไปขายแต่ก็มีรายได้ไม่แนนอน พอหาเลี้ยงชีพไปได้ทุกเดือน ส่วนตนเองก็มีโรคประจำตัวคือ ความดัน และไขมันในเลือดสูง รักษาตัวที่รพ.สต โดยลูกชายไปรับยาให้ เพราะลูกชายต้องไปรับยาโรคจิตมากินด้วย ช่วงนี้ขาอ่อนแรงเดินไม่ได้ต้องใช้การถัดไป แต่ก็ไม่เครียดอะไรนะ ทุกวันก็มีความสุขดี ดีใจที่มีคนมาหามาแวะเยี่ยมเยียนได้พูดคุย ปีนี้ลูกชายก็ได้รับเงินหมื่นจากรัฐมาใช้จ่ายในครอบคัว ส่วนตัวเองไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ อยากจะทำบ้าง” หลังจาก ผญ.ศิตกานต์รับทราบความต้องการของคุณยาย ก็รับปากว่าจะช่วยดำเนินการให้ และสำหรับไม้ค้ำเดิน ๔ ขาในการช่วยเดิน หมอเพ็ญก็รับปากว่าจะจัดหามาให้เพื่อใช้ในการช่วยเดินเช่นกัน พอได้เวลาที่เหมาะสมทีมงานก็อำลาคุณยายมาลี พร้อมทั้งมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับครอบครัว มีข้าวสาร และอาหารแห้ง เครื่องดื่ม เป็นต้น พร้อมทั้งให้กำลังใจในการ



ดำเนินชีวิตต่อไปในสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างมีความสุขในชีวิตบั้นปลาย
สิ่งที่ได้เรียนรู้ บทเรียนในการลงพื้นที่
๒. บทบาทหน้าที่ของพื้นที่ โดยเฉพาะ ผู้ใหญ่บ้านที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ถ้ามีใจในการทำงานอย่างจริงจังก็จะเป็นผู้ประสาน หรือผู้อำนวยความสะดวกแก่ราษฎรในหมู่บ้านลดความทุกข์สร้างความสุขขุมชนได้
๓. กลไกพื้นที่ที่ช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ มีหลายหน่วยงาน หากมีการสอดประสานการทำงานด้วยกันอย่างเต็มที่ จะทำให้ประชาชนในพื้นที่เป็นที่พึ่งได้ ดังเช่น กลไกในพื้นที่ของ หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ของตำบลบางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ นับเป็นตัวอย่างที่ดีในการช่วยเหลือประชาชน


Powered by Froala Editor