คุณนายผู้พัน
นางสาวบุญเพ็งเมือง โคตรเกิดเมื่อ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2504 ที่หมู่บ้านไผ่ล้อม หมู่ที่ 7 ตำบลโป่งขาม บิดาชื่อนายโถ มารดาชื่อนางตุ๋ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 7 คนผู้หญิง 6 คนผู้ชาย 1 คนส่วนนางสาวบุญเพ็งเป็นบุตรบุคคลที่ 4 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2520 ตำบลหว้านใหญ่ ได้เลื่อนฐานะเป็นกิ่งอำเภอชุมชนต่าง ๆ ได้ขยับขยายจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ออกมาอยู่หัวไร่ปลายนาที่กว้างขวาง บิดามารดานางสาวบุญเพ็งก็พาลูกลูกย้ายออกมาอยู่ที่หมู่ที่ 5บ้านนาขามป้อม ตำบลป่งขาม เมื่อเติบใหญ่ลูกทุกคนต่างมีครอบครัว รวมทั้งนางสาวบุญเพ็งด้วย ได้แต่งงานกับนายศรี ประเด็ดเนิน เป็นชาวน้ำก่ำ ตำบลน้ำก่ำ อำเภอธาตุพนม มีบุตรด้วยกัน 1 คนเป็นผู้ชาย ปกตินางสาวบุญเพ็งและสามีเป็นคนสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่วันที่คลอดบุตร ญาติพี่น้องไม่ทราบสาเหตุนางสาวบุญเพ็งมีอาการชักเกร็งเนื่องจากคลอดแบบวิธีธรรมชาติ โดยหมอพื้นบ้าน เรียกว่าหมอตำแย ครั้นจะพาไปโรงพยาบาลโรงพยาบาลก็อยู่ที่จังหวัดนครพนม ระยะทางห่างไกลพาหนะรถยนต์ ก็ยังมีไม่มาก กิ่งอำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหารมีรถโดยสารในหมู่บ้านหนึ่งคันนอกนั้นใช้เรือเป็นพาหนะ
ดังนั้นจึงทำให้ญาติพี่น้องต้องรักษากันเองตามมีตามเกิดโดยใช้สมุนไพรพื้นบ้านต้มกิน ตามวิถีดั้งเดิมและช่วยกันเลี้ยงดูหลานชื่อน้องมี น้องมีเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ แต่นางสาวบุญเพ็งกลายเป็นคนที่มีมีสติเปลี่ยนไป แต่ยังพูดคุยกันรู้เรื่อง ต่อมาปีพ.ศ. 2558 สามีที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันไปทำงานรับจ้างหาเลี้ยงครอบครัว ได้เสียชีวิตจึงทำให้นางบุญเพ็ง ขาดที่พึ่ง และต่อมานางสาวบุญเพ็งได้พบคนถูกใจ และหวังพึ่งพิงในอนาคต ญาติพี่น้องจึงเห็นดีด้วยเนื่องจากไม่อยากให้นางบุญเพ็ญต้องอยู่คนเดียวเพราะนางบุญเพ็งจะเดินรอบหมู่บ้านไปมาทั้งวัน คู่ชีวิตใหม่ของนางสาวบุญเพ็งเป็นคนบ้านน้ำก่ำ และเป็นทหารเกณฑ์ปลดประจำการแล้ว สติฟั่นเฟือนไม่อยู่กับร่องกับรอยเหมือนกัน ญาติพี่น้องเล่าให้ฟังว่าตอนเป็นทหารเกณฑ์ได้ไปบูชาดินพระธาตุพนมเอาติดตัวไปด้วยเพราะสมัยนั้นผู้ก่อการร้ายในป่ามีมากมายแต่เมื่อประจำการแล้วไม่นำดินพระธาตุพนมไปคืนตามที่เคยบนบานสัญญาไว้ทำให้เป็นเหมือนทุกวันนี้ที่มีสติฟั่นเฟือนไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนและทำร้ายใคร คิดว่าตนเองเป็นทหารอยู่ตลอดเวลา ชวนนางสาวบุญเพ็งเดินไปเดินมาทั้งวันบางครั้งเดินไปถึงบ้านน้ำก่ำ ญาติพี่น้องต้องไปตามให้กลับบ้าน บ้านที่นางสาวบุญเพ็งและสามีอยู่เป็นบ้านที่ญาติพี่น้องสร้างให้เพื่ออยู่เป็นบ้านส่วนตัว คนในชุมชนจะเรียกสามีนางสาวบุญเพ็งว่าคุณนายผู้พัน ต้องกล่าวชมและให้กำลังใจ พูดคุยด้วยเป็นประจำ นางสาวบุญเพ็งก็จะยิ้มมีความสุข

ชาติไทยเป็นชาติเล็กๆในแหลมอินโดจีนแต่เป็นประเทศที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชสมัยรัตนโกสินทร์รอดจากการเป็นทาสจากต่างชาติหลายครั้งรวมทั้งปัจจุบันรัฐบาลมีการปฏิรูปการปกครองที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเรื่อยมา โดยเฉพาะมีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีกรมกองช่วยเหลือประชาชนหลายอย่าง โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยบัตร 30 บาทรักษาทุกโรค ดังนั้นในรายของ นางสาวบุญเพ็ง เมืองโคตร ถึงแม้จะมีมีสติไม่ปกติ ทางกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้กลุ่มจิตอาสาออกสำรวจกลุ่มเปราะบางและได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเลขที่ 130 ตำบลนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหารภายใต้การดูแลของ พ.ม.จ. มุกดาหาร เมื่อปี 2564 โดยมอบเงิน 3,000 บาท ผ่านทางบัญชีธนาคารของ นางสาวบุญเพ็ง และสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือนอีกตามสมควร โดยผ่านทางองค์การบริหารส่วนตำบลป่งขาม ปัจจุบันคุณบุญเพ็งเมืองโคตร ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและเบี้ยคนพิการจากรัฐบาลทุกเดือน


Powered by Froala Editor