บอกกล่าว เล่าขานงานอาสา…กลุ่ม ผส.(ผู้สูงอายุ)เพลินเพลงเก่า เสียงเพลงสะพานบุญ
“ ระดมทุน ปลดทุกข์ สร้างสุข ผู้เปราะบางลำปาง ”
นางสาวศิริพร ปัญญาเสน ศปจ.ลำปาง
ทีมนักร้อง ผส.(ผู้สูงอายุ) เพลินเพลงเก่า เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้หญิงสูงวัย จำนวน 4 คน โดยการนำของ นางสุรางค์ สอนรักษ์ อายุ 76 ปี หัวหน้าวงที่มีพื้นฐานในช่วงชีวิติที่แรกรุ่น ของความเป็นหนุ่ม-สาว ผ่านเวทีการประกวดนางงามรถไฟ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ผ่านการแสดงละครทีวีช่อง 8 ลำปาง และปัจจุบันยังคงมีอาชีพเสริมสวย สร้างรายได้ให้ตนเองได้เป็นอย่างดี ประกอบกับที่ท่านมีใจรักในการร้องเพลงเป็นพื้นฐานมานานมากกว่า 50 ปี สามารถร้องเพลงได้ทุกแนวเพลง จึงได้รวบรวมเพื่อนที่มีใจรักในเสียงเพลง ที่มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม มาร่วมเป็นทีม ซึ่งเพื่อนที่ใกล้ตัวมากที่สุด คือ ลูกค้าทำผมที่พบเจอกัน และมีกิจกรรมการออกกำลังกายด้วยกันเป็นทุนเดิม 2 คน คือ นางศรีใส พรมหมชาติซึ่งมีอาชีพเป็นช่างตัดเย็บเสื้อผ้าในชุมชน ปัจจุบันอายุ 79 ปี
นักร้องประจำวงมีทักษะการร้องเพลงแนวไทยสากลและเพลงสตริง นางศรีวรรณ ศักดิ์ศรุตรานันท์ แม่ค้าร้านข้าวต้ม อายุ 77 ปี มีทักษะการร้องแนวเพลงของคุณรวงทอง ทองลั่นทม คุณศรีไสล สุชาติวุฒิ ส่วน นางสาวศิริพร ปัญญาเสน อาชีพอิสระ เป็นนักจัดการสุขภาวะทางสังคมลำปาง อายุ 62 ปี มีทักษะการร้องเพลงลูกทุ่งทั้งชายหญิง
เราพบกันในการไปร่วมร้องเพลงระดมทุนที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านถนนคนเดินในเมืองลำปาง
ช่วงเวลาหัวค่ำจนถึงสามทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงที่คนสูงวัยต้องพักผ่อนและดูสุขภาพ จึงเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่ต้องกับการเดินทางมาร่วมร้องเพลงได้แต่ ข้อมูลกลุ่มเปราะบาง สถานการณ์ผู้สูงอายุ คนพิการ ที่อยู่ในภาวะยากลำบากในจังหวัดลำปาง มีจำนวนมาก การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในระบบสุขภาพไม่เพียงพอ คนในครบครัวป่วย คน เท่ากับป่วยกันทั้งครอบครัว การระดมทุนช่วยคนยากจนที่ป่วยก็เป็นเรื่องสำคัญ
ไม่เพียงเท่านั้น การแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM.2.5 ที่มีแกนนำอาสาในพื้นที่ป่าชุมชนทำหน้าที่ พบว่าขาดน้ำดื่ม ขาดอุปกรณ์ ในการปฏิบัติหน้าที่ การช่วยเหลือสุนัขจรจัดวัดเวฬุวนาราม ที่ทีมแพทย์ช่วยทำหมันในแต่ละปีที่ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่ง พี่ ๆ นักร้องทุกคนตระหนักและอยากจะช่วยเหลือโดยใช้ เสียงเพลง และความสามารถในการร้องเพลงที่ตนเองถนัด รัก และชอบ มาเป็น “เสียงเพลงสะพานบุญ” จึงได้มีการกำหนดเจตนารมณ์ร่วมกัน ทำการระดมทุน โดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น เริ่มดำเนินการในนามกลุ่ม นักร้องอาสา เสียงเพลงสะพานบุญ “ผส.(ผู้สูงอายุ)เพลินเพลงเก่า” โดยนักร้องทุกคนได้ผ่านการทดสอบเป็นผู้แสดงความสามารถความสามารถจากสำนักงานพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง และได้รับบัตรประจำตัวผู้แสดงความสามารถ ที่สามารถดำเนินการเปิดวงดนตรีได้



การระดมทุน ได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง ที่สร้างการมีส่วนร่วมโดยการเปิดพื้นที่เวทีสาธารณะหนองกระทิง ให้ผู้สูงอายุได้แสดงความสามารถ นักร้องอาสาเสียงสะพานบุญ “ผส.(ผู้สูงอายุ)เพลินเพลงเก่า” เพื่อระดมทุนช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มคนพิการที่ยากจนในพื้นที่ การช่วยเหลือแกนนำอาสาในการจัดการหมอกควันไฟป่ากับเขตอุทยานแห่งชาติ และการช่วยเหลือการทำหมันสุนัขจรจัดจังหวัดลำปาง (วัดม่อนพญาแช่ วัดเวฬุวนาราม)
กิจกรรมการระดมทุน เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 จนถึงปัจจุบันในช่วงเช้า ระหว่างเวลา 08.00-09.00 น. ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ วันละ 1 ชั่วโมง ณ กาดนั่งก้อม ได้รับการบริจาคจากผู้คนที่มาเดิน วิ่ง ออกกำลังกาย กลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มลูกหลานที่พาครอบครัวมาพักผ่อน รับประทานอาหาร ดื่มกาแฟรสเลิศของลำปาง ที่กาดนั่งก้อมมีร้านค้ามากกว่า 70 ร้าน มีสินค้าจำหน่ายที่หลากหลาย อาทิ โซนเกษตรจำหน่ายผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ โซนไม้ประดับ ต้นไม้แต่งสวนแต่งบ้านจำหน่ายราคาถูก จึงเป็นพื้นที่สาธารณะที่ดึงดูดให้คนมาพักผ่อน และหลายคนตั้งใจพาครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ ที่ไม่สามารถเดินเองได้ นั่งวิลแชร์หรือใช้ไม้เท้าพาเดิน โดยมีลูกๆประคองกันมาพักผ่อน ส่วนกลุ่มเด็กน้อยจะเพลิดเพลินไปกับ ป้อนหญ้า ป้อนผลไม้ให้ช้าง ป้อนนมให้น้องแพะ น้องแกะอย่างสนุกสนาน ในขณะเดียวกันผู้ปกครองก็ให้เงินเด็ก ๆ มาใส่ในกล่องบริจาคหน้าเวที นับว่า เป็นการบ่มเพาะให้เด็กมีจิตใจที่ดี มีความเอื้อเฟื้อเอื้ออาทรกับผู้ป่วย ผู้ยากลำบาก กับสัตว์เลี้ยง และกับสังคมที่ต้องการการช่วยเหลือ บรรยากาศเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นการสร้างสุขให้คนลำปาง และคนต่างจังหวัดที่แวะมาเยี่ยมเยือนจนได้ฉายาว่า “soft power ของ กาดนั่งก้อม ความสุขของคนลำปาง” ที่ทำให้คนทุกเพศทุกวัยได้มีความสุข และมีโอกาสบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมร่วมกัน
บรรยากาศการระดมทุนมีความคึกคัก เมื่อวงดนตรี ผส.เพลินเพลงเก่า เริ่มแนะนำนักร้อง พร้อมบอกอายุแต่ละคน บอกเจตนารมณ์การระดมทุน และเชิญชวนผู้บริจาค จะมีคนที่มานั่งรอ(แฟนคลับ)ลุกจากโต๊ะอาหารมาหยอดเงินลงกล่องบริจาคและยกนิ้วชมว่า...ผู้สูงอายุร้องเพลงกันเพราะมาก.. บางคนบอกว่าอยากให้คุณพ่อคุณแม่ได้มีกิจกรรมอย่างนี้บ้าง หรือบางกลุ่มมากันเยอะได้ใช้หน้าเวทีเป็นสถานที่เต้นรำกันสนุกสนาน ที่สำคัญในช่วงเวลา 1 ชั่วโมง ที่นักร้องทีม ผส.(ผู้สูงอายุ)เพลินเพลงเก่า ร้องเพลงจะมีคนมารอคอยฟังและเมื่อปิดวงก็จะลุกกลับบ้านกันให้เห็นจนชินตา” กาดนั่งก้อมแดนมหัศจรรย์แห่งความสุข ของคนลำปาง”




การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางมี 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นส่วนที่ช่วยเหลือผู้เปราะบาง โดยแกนนำชุมชน/ญาติในครอบครัวผู้ป่วยเสนอรายชื่อ พร้อมถ่ายภาพผู้ป่วย และบัตรประชาชน เพื่อยืนยันว่าชื่อนี้ คนคนนี้ป่วยจริงมาให้พิจารณาโดยตรง ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่สนับสนุนหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลกลุ่มเปราะบางที่มีคนป่วยต้องดูแลจำนวนมาก แต่ขาดแคลน วิธีการมอบทั้ง 2 ส่วนจะให้ตัวแทนที่เป็นผู้รวบรวมรายชื่อ ญาติ เจ้าหน้าที่หน่วยงานมารับได้ที่หน้าเวทีกาดนั่งก้อมหนองกระทิง เพื่อยืนยันต่อผู้บริจาคเงินว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ ที่ทุกคนร่วมกันบริจาคได้นำไปจัดซื้อสิ่งของจำเป็นให้ผู้ป่วยหรือกลุ่มเปราะบางจริง และมาร่วมกันส่งมอบ ถ่ายรูปพร้อมกัน หลังจากแกนนำฯรับมอบจะต้องนำไปมอบให้ผู้ป่วยและถ่ายภาพการมอบส่งกลับมาให้ทีมนักร้อง ผส.(ผู้สูงอายุ)เพลินเพลงเก่า ครบทุกราย โดยได้จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์กิจกรรมการมอบสิ่งของ ติดตั้งหน้าเวทีให้ผู้ร่วมบริจาคได้เห็นเป็นประจักษ์ ทุกวันที่เปิดวงร้องเพลงสามารถเรียกเสียงศรัทธา ความน่าเชื่อถือ จากผู้บริจาคได้เป็นอย่างดี เพราะเรามีการจัดการที่มีระบบการรับและส่งต่อเงินบริจาคในรูปแบบต่าง ๆ มีหลักฐานประจักษ์
การบริจาคให้การช่วยเหลือ กลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง คนพิการที่ยากจน ในทุกสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน ๆ ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 15 - 20 ราย โดยการจัดซื้อแพมเพริสห่อ ใหญ่ 30 ชิ้น 2 ห่อ และนมพร้อมดื่ม 1 โหลต่อผู้ป่วย 1 ราย บางรายทั้งพิการและยากจนจัดซื้อนมพร้อมดื่ม 1 หีบใหญ่ ไข่ไก่ 2 แผง และโจ๊ก 3 โหล ต่อ 1 ราย ผ่านแกนนำ ที่เป็นผู้เสนอรายชื่อขอรับการช่วยเหลือ และส่งต่อญาติในครอบครัวผู้ป่วยโดยตรง
การช่วยเหลือเริ่มมาตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2567 -ธันวาคม 2567 รวม 279 ราย ๆ ละ 950 บาท รวมเป็นเงิน 265,050 บาท (สองแสนหกหมื่นห้าพันห้าสิบบาทถ้วน) และ ได้บริจาคพร้อมจัดส่งแพมเพิส/นมพร้อมดื่ม ให้ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุจังหวัดลำปาง 2 ครั้ง รวม 45 ห่อ นมพร้อมดื่ม 10 หีบ รวมเป็นเงิน 25,000 บาท (สองหมื่นห้าพันบาท) และเลี้ยงอาหารกลางวัน 1 ครั้ง 15,000 บาท (หนึ่งหมื่นห้าพันบาท) และร่วมกับศูนย์ประสานงานภาคีภาคประชาสังคม จ.ลำปาง เครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดลำปาง จัดถุงของใช้ประจำวัน เช่น ยาสีฟัน สบู่ แชมพู แป้งฝุ่นทาตัว นมพร้อมดื่ม ขนมปัง จำนวน 100 ชุด เป็นเงิน 16,000 บาท (หนึ่งหมื่นหกพันบาท) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 465,050 บาท(สี่แสนหกหมื่นห้าพันห้าสิบบาท)
ซึ่ง การดูแลผู้สูงอายุที่มีในศูนย์ศพส. มีระดับการดูแล 3 ระดับ คือ ระดับ A (ช่วยตัวเองได้ดี ช่วยผู้อื่นได้) 27 คน ระดับ B (ช่วยตัวเองได้ อย่างเดียว) 32 คน และ ระดับ C (ติดเตียง) 36 คน รวม 95 ราย ผู้สูงอายุแต่ละรายมีความจำเป็นที่ต้องใช้แพมเพริสในแต่ละวันมากน้อยต่างกัน งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรต่อรายที่มีจำกัดในการจัดซื้อทำให้ไม่เพียงพอ และผู้ป่วยบางรายไม่สามารถบังคับการขับถ่ายได้ เป็นภาระหนักในการจัดการให้ผู้ดูแลที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ ซึ่งผู้ดูแลในศูนย์ ศพส.มีน้อยเพียงตึกละ 2 คนที่ต้องดูแลรับผิดชอบผู้สูงอายุที่ป่วยจำนวนมากถึง 20 ราย เป็นต้น





การสร้างความมั่นใจให้ผู้บริจาค การเปิดวงร้องเพลงระดมทุนทุกครั้งจะต้องยืนยันเจตนารมณ์ โดยเฉพาะ การเป็นนักร้องอาสา เสียงเพลงสะพานบุญ ผส.(ผู้สูงอายุ)เพลินเพลงเก่า ที่ไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้นเพื่อการส่วนตัว มีการรายงานจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับความช่วยเหลือเป็นระยะมีจำนวนที่ชัดเจนแจ้งประชาสัมพันธ์ ขานชื่อแกนนำ ญาติ หรือหมู่บ้าน ตำบล ที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบาง ที่ขอรับการบริจาคจะทำให้ผู้บริจาคเกิดความมั่นใจ และร่วมบริจาคในครั้งต่อ ๆ ไป






การจัดตั้งกองทุน ผส.เพลินเพลงเก่า ใช้ได้จากการระดมทุน และจัดซื้อของบริจาค ในแต่ละเดือน เปิดบัญชีเงินฝากในนาม “ผส.เพลินเพลงเก่า “ ปัจจุบันมีเงินจำนวน 55,400 บาท (ห้าหมื่นห้าพันสี่ร้อยบาทถ้วน) เป็นเงินสำรองใช้ในการช่วยเหลือกรณีเร่งด่วน หรือ กรณีที่มีเครือข่ายจาก สมัชชาสุขภาพลำปาง ศปจ.ลำปาง อปท. หรือ คนในสังคม ขอรับการช่วยเหลือเมื่อพบเห็นผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางยากจนในพื้นที่
การ” ระดมทุน ปลดทุกข์ สร้างสุข ผู้เปราะบางลำปาง ” ของ ผส.เพลินเพลงเก่า ที่ใช้เสียงเป็นสะพานบุญ จึงเป็น กลไกกลาง ในการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง ผู้บริจาคและผู้มอบสิ่งของที่มีความประสงค์ ส่งบารมีทานให้ถึงกลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มเปราะบางที่ยากจน ให้ได้รับการช่วยเหลือ ทำให้เราได้เห็นรอยยิ้ม หยดน้ำตาแห่งความสุข ก่อนที่หลายคนจะเดินทางไกล สู่สัมปรายภพ ให้มีโอกาสได้รับการช่วยเหลือ หรือหลายคนหายจากการเจ็บป่วยดูแลตนเองได้ สร้างความประทับใจ ความภาคภูมิใจ ในการเป็นสะพานบุญ โดยใช้ความสามารถของตัวเองสร้างสุขให้กับคนรอบข้าง และช่วยปลอดทุกข์แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวผู้ป่วยที่ยากจนเหล่านั้นได้ระดับหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นการยืนยันถึงการมีสังคมที่ดี มีความเอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และเป็นสังคมไม่ทอดทิ้งกัน
Powered by Froala Editor