เรื่องเล่า: บ้านเล็กในฝัน วันใหม่ที่ดีกว่า


บทนำ: เรื่องราวของ“นางสาวพาตีเม๊าะ บาเน็ง” ไม่ใช่เพียงเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิต แต่คือเรื่องของหัวใจที่ยังคงยืนหยัดแม้เผชิญกับมรสุมหนักหนา เป็นบทบันทึกของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งที่ฝันถึงบ้านเล็กๆที่อบอวลด้วยความรักและความปลอดภัย ท่ามกลางความเจ็บปวดที่ยากจะจินตนาการ เธอไม่เคยหยุดหวัง ไม่เคยหยุดฝัน และไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา “บ้านเล็กในฝัน วันใหม่ที่ดีกว่า” คือเรื่องราวของการฟื้นคืนจากความมืดสู่แสงแห่งวันใหม่ เรื่องราวของการลุกขึ้นยืนเพื่อลูก และเพื่อหัวใจของตัวเอง
เรื่องเล่า: บ้านเล็กในฝัน วันใหม่ที่ดีกว่า นางสาวพาตีเม๊าะ บาเน็ง อยู่บ้านเลขที่ 85/3 หมู่ที่ 3 ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา เป็นผู้เปราะบาง ไร้บ้าน แม่เลี้ยงเดี่ยวมีฐานะยากจนมาก จำนวนสมาชิกในครัวเรือน : มีบุตร 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คน อาชีพรับจ้างกรีดยาง รายได้ต่อเดือนประมาณ 3,200 บาท บวกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก่อนพาตีเม๊าะ เธอเติบโตมากับแม่ในบ้านไม้กระท่อมหลังเล็กๆ ที่เงียบสงบในชนบทไร้เพื่อนบ้าน แม้ไม่มีพ่อ แต่ชีวิตในวัยเด็กก็พอมีรอยยิ้ม แม่ของเธอสอนให้รู้จักความอดทนและความเข้มแข็ง แม่ก็ยังเป็นแสงแดดให้กับเธอเสมอ เมื่อโตขึ้นพาตีเม๊าะมีครอบครัวของตัวเอง เธอคิดว่า นี่คงเป็นการเริ่มต้นของความสุขแบบที่แม่เคยเล่าให้ฟัง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับไม่ใช่เช่นนั้น สามีของเธอติดยาเสพติด ขาดความรับผิดชอบ และใช้ความรุนแรงกับเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนชีวิตคู่ที่ควรเป็นที่พักพิง กลับกลายเป็นคุกไร้กำแพง





เธอมีลูก 4 คนที่ต้องดูแล พวกเขาคือแรงใจเดียวที่ทำให้พาตีเม๊าะยังมีเรี่ยวแรงสู้ต่อ ทำทุกอย่างแม้จะลำบากแค่ไหน เธอก็ไม่ยอมทอดทิ้งลูก แต่ภาระทั้งบ้านตกอยู่ที่เธอเพียงลำพัง ความจนกัดกินทุกวัน ทุกคืน และเมื่อความเจ็บปวดทางรางกายมาพร้อมกับแผลทางใจที่ฝังลึก พาตีเม๊าะตัดสินใจครั้งสำคัญ เธอจะพาลูกๆ ออกมา และเป็น “แม่เลี้ยงเดี่ยว” เธอคิดว่า ความยากลำบากคงถึงจุดสิ้นสุดแล้ว แต่โชคชะตายังโหดร้ายได้มากกว่านั้น เมื่อลูกสาวคนหนึ่งของเธอต้องเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจ ถูกละเมิดทางเพศถูกข่มขืน ในที่ที่ควรปลอดภัยที่สุด หัวใจของพาตีเม๊าะ แทบแตกสลาย น้ำตาไม่สามารถล้างความรู้สึกผิดและเจ็บปวดในฐานะแม่ได้ จากวันนั้น ความเครียด ความโกรธ ความเสียใจ และภาวะซึมเศร้าเข้าครอบงำพาตีเม๊าะ เธอเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิต บวกกับความกังวลเรื่องอนาคต ทำให้แม่เลี้ยงเดี่ยวเผชิญหมดแรงจูงใจ แต่ลูก ๆ คือเหตุผลเดียวที่ยังดึงเธอกลับมา พาตีเม๊าะรู้ดีว่าเธอไม่อาจเปลี่ยนอดีตได้ แต่เธอสามารถสร้างอนาคตขึ้นใหม่ได้ ต่อมาพาตีเม๊าะเธอเข้าหาผู้นำในระดับพื้นที่ซึ่งเป็นกลไกของศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนา (สปจ.) จังหวัดยะลา พาตีเม๊าะเล่าสถานการณ์ความเป็นอยู่ ความยากจน ที่ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอดให้กลไกศปจ.ในพื้นที่ทราบ หลังจากนั้นกลไกระดับพื้นที่ได้สานต่อประสานมาที่สำนักงานศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดยะลา โดยมีคุณชานนท์ เจะหะมะ เป็นประธานศูนย์ก็รับเรื่องร้องทุกข์ของพี่น้องประชาชน ทางคุณชานนท์ เจะหะมะ ไม่รีรอมีความพร้อมที่จะดำเนินการลงพื้นที่ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบสิ่งของอุปโภค – บริโภค ก่อนเบื้องต้น ทางคุณชานนท์ ได้รับรู้รับทราบข้อมูลที่เท็จจริง ก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานไหนที่เข้ามาการช่วยเหลือพาตีเม๊าะ เลย ทางคณะทำงาน ศปจ.ได้กลับพิจารณาจัดลำดับความสำคัญที่จะแก้ปัญหา มองว่าความมั่นคงที่สุด คือ บ้าน และการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่นอกเหนืออาชีพเดิม คือรับจ้างกรีดยาง คณะศปจ.ได้ลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการจุดประกายครั้งยิ่งใหญ่ และสานต่อในการที่จะพัฒนาและจับมือผู้นำชุมชนและร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากภาครัฐ องค์กรสังคมสงเคราะห์ และกลุ่มสนับสนุนแรงจากช่างชุมชน พาตีเม๊าะมองว่าพวกเขา คือ“ความหวัง” ให้เธออีกครั้ง หนึ่งในความช่วยเหลือที่เปลี่ยนชีวิตของพาตีเม๊าะอย่างแท้จริง คือการสนับสนุนให้เธอได้มีบ้านหลังใหม่ บ้านหลังเล็กที่อบอุ่น ปลอดภัย บ้านที่สร้างขึ้นด้วยพลังความร่วมมือของผู้คนในชุมชนที่เชื่อว่าแม่เลี้ยงเดี่ยวคนหนึ่งก็สมควรมีชีวิตที่ดี เมื่อมีบ้านที่มั่นคง พาตีเม๊าะเริ่มมองเห็นเส้นทางของอนาคต เธอไม่อยากเพียงแค่ “อยู่รอด” อีกต่อไป แต่เธออยาก “อยู่ดี” พาตีเม๊าะเริ่มเข้าหาสังคมร่วมอบรมพัฒนาทักษะการใช้ตารางชีวิตและทักษะอาชีพ ในชุมชน อยากเรียนรู้การทำอาหาร ขนมพื้นบ้าน การตัดเย็บเสื้อผ้า และฝึกฝนการบริหารจัดการเงินในเบื้องต้น



“บ้านเล็กในฝัน” สำหรับเธอไม่ใช่บ้านที่สวยงามหรูหรา แต่คือบ้านที่ปลอดภัย อบอุ่น เธอเริ่มเข้าร่วมกิจกรรมชุมชน พบกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวที่เข้าใจกันและกัน ได้รับคำปรึกษา เข้ารับการบำบัดจิตใจ และค่อยๆ ฟื้นขึ้นมาทีละน้อยจากบาดแผลที่ไม่มีใครมองเห็น วันนี้ แม้บ้านยังคงเล็กและเรียบง่าย แต่พาตีเม๊าะเชื่อว่า ที่นี่คือ “วันใหม่ที่ดีกว่า” สำหรับลูกๆ
เธอยังตั้งเป้าหมายใหม่ อยากเป็นแรงบันดาลใจให้แม่เลี้ยงเดี่ยวคนอื่นๆ ที่ยังจมอยู่ในความมืด ให้รู้ว่า “เราก็ลุกขึ้นใหม่ได้”
เธอพูดในงานชุมชนว่า:“ความฝันของฉันไม่ได้ยิ่งใหญ่ แค่มีบ้านเล็ก ๆ ที่ปลอดภัย สิ่งแวดล้อมที่ดี สังคมดี ฉันมีรายได้พอเลี้ยงพวกเขา และหัวใจของฉันไม่เหนื่อยจนอยากล้มอีกต่อไป แค่นั้นก็พอแล้ว”
จากวันนั้น พาตีเม๊าะไม่ใช่แค่ “ผู้รอดชีวิต” อีกต่อไป
แต่เธอคือ “ผู้สร้างชีวิตใหม่” ด้วยมือของเธอเอง






Powered by Froala Editor