เรื่องเล่าของหญิงผู้เปราะบางที่เข็มแข็ง
แม่เลี้ยงเดียว ลูกพิการทางสมอง น้องพิการทางสายตา

พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอ จังหวัดสงขลา ถือเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรธรรมชาติ มีทั้งภูเขา ทะเล และป่าไม้ที่สวยงามผู้ที่มาเยือนจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ทั้งหาดทรายสีขาวที่ทอดยาวในจังหวัดนราธิวาส ไปจนถึงภูเขาเขียวชอุ่มในจังหวัดยะลา นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยเฉพาะยางพาราและผลไม้ที่มีคุณภาพสูง เช่น ทุเรียนจากยะลา ลองกองจากนราธิวาส ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ
แม้จะมีทรัพยากรธรรมชาติที่น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน แต่ปัญหาความยากจนในพื้นที่ที่รัฐไม่สามารถแก้ปัญหาความยากจนเล่านี้ได้ ซึ่งครอบครัวของเจะปอเยาะ ลาโฮะยา เป็นเป้าหมายผู้เปราะบางมีผลกระทบปัญหาทางสังคมในด้านความยากจน ที่ต้องการรายได้เพื่อจูนเจือให้กับครอบครัว อย่างไรก็ตาม เจะปอเยาะ ลาโฮะยา ยังเป็นหัวหน้าครอบครัว เป็นแม่เลี้ยงเดียวที่ต้องดูแลลูกชายพิการทางสมอง และน้องชายผู้พิการทางสายตาทั้งสองข้าง ถือได้ว่า เจะปอเยาะ ลาโฮะยา เป็นหญิงแกร่งที่ยังต้องต่อสู้ชีวิตและ ดิ้นรนหารายได้เป็นหลัก เพื่อที่จะเลี้ยงชีพให้กับสมาชิกในครอบครัวของตัวเองให้รอดพ้นในแต่ละวัน
สมาชิกของครอบครัวจะมีดังนี้
1.) นางเจะปอเยาะ ลาโฮะยา เป็นผู้พิการทางร่างกายและแม่เลี้ยงเดี่ยว อายุ 57 ปี
2.) นายฮารน เจะดายอ บุตรชาย พิการทางสมอง อายุ 39 ปื
3.) นายมะไซดี ลาโฮะยา น้องชาย พิการทางสายตา อายุ 55 ปี
4.) นางสาวมารีเย๊าะ มาโระสะนอ น้องสะใภ้ อายุ 50 ปี
การดำเนินชีวิตของครอบครัวเจะปอเยาะ จนได้รับโอกาสทางการพัฒนาตนเอง ได้เข้าร่วมโครงการที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนด้อยโอกาสในปี 2542 (นั้นก็คือสำนักงานกองทุนเพื่อสังคม SIF. นั้นเอง )
จนมาถึงปี 2547 เกิดสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อครอบครัวของนางเจะปอเยาะ ลาโฮะยา เกิดความอยากลำบากมากขึ้นต่อการดำเนินชีวิต ทำให้ความท้าทายในชีวิตของพวกเขาอย่างรุนแรงขึ้น นางเจะปอเยาะซึ่งเคยประกอบอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า ต้องหยุดไปเนื่องจากปัญหาสุขภาพและการเข้าสู่วัยสูงอายุ ทำให้เธอไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่เหมือนเมื่อก่อน ในขณะเดี่ยวกัน เธอและครอบครัวยังมีความโชคดีได้รับเบี้ยสงเคราะห์คนพิการจากลูกและน้องอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งสามารถพึ่งพาเงินช่วยเหลือจากภาครัฐนั้นก็คือเงินสวัสดิการแห่งรัฐได้ แม้ว่าความไม่สงบในพื้นที่และวิกฤติสถานการณ์โควิด 19 สร้างอุปสรรคให้กับครอบครัวนี้มากขึ้นและเธอปรับตัวกับสถานการณ์โควิด 19 ที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
แนวทางสู่การพัฒนาของ เจะปอเยาะและผลสำเร็จที่ยั่งยืน
เจะปอเยาะ ไม่เพียงแต่สามารถเลี้ยงดูครอบครัว ได้อย่างมั่นคง เจะปอเยาะมีโอกาสได้แนะนำงานให้ตัวเองการสู่พัฒนาเพื่อยกระดับครอบครัวให้ดีขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากประธานศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนา จังหวัดยะลา และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียงจังหวัดยะลา รับเข้าไปทำงานในองค์กร ซึ่งเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนงานด้านสังคมด้วยพื้นฐานตนเองเป็นคนที่ชอบงานในด้านจิตอาสาอยู่เป็นทุนเดิมแล้วการเข้ามทำงานในองค์กรนี้ ทำให้ตนเองได้รับบทบาทในการช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการเป็นวิทยากรในการให้ความรู้ด้านการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเธอยังเป็นส่วนหนึ่งการของช่วยเหลือสตรีผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3จังหวัดชายแดนภาคใต้ การดูแลกลุ่มผู้เปราะบาง ซึ่งการทำงานในบทบาทนี้ทำให้ตนเองสามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตและร่วมเป็นกลไกคณะทำงานในการช่วยเหลือคนอื่นๆในสังคมต่อไป นอกจากนี้บทบาทของการทำงานช่วยเหลือสังคมแล้ว บทบาทที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ การเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัวด้วยตัวคนเดียวทั้ง 4 คน ภายใต้การสนับสนุนจากศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดยะลาโดยมีนายชานนท์ เจะหะมะ เป็นประธานศูนย์ฯ



หลังจากนั้นทางกองอำนวยการรักษามั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.)ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและได้นำยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาอีกทั้งยังจำเป็นในการช่วยเหลือต่อครอบครัวของนางเจะปอเยาะ โดยสนับสนุนอัตราการจ้างงานเร่งด่วน (กลุ่มงานเศรษฐกิจพอเพียง) เดือนละ 4,500 บาท ตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน พร้อมมอบหมายให้เธอดูแลศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ณ หมู่ที่1 ตำบลวังพญา อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของเธอ การส่งเสริมการพัฒนายังคงเป็นสิ่งสำคัญให้การสนับสนุน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเธอและครอบคัว เป็นตัวอย่างที่ดีของการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของเจะปอเยาะ ดีขึ้น
การต่อยอดและขยายผล

นางเจะปอเยาะ ลาโฮะยาไม่เพียงแต่ดูแลครอบครัวของตนเองได้อย่างมั่นคงแล้ว เธอมีแรงบันดาลใจ “ เขาช่วยเรา เราช่วยเขา” หั้นตัวเองจากมือล้างเป็นมือบน เพื่อจะเป็นจิตอาสา ยอมอุทิศตนเพื่อสังคมอีกด้วย เพื่อที่จะตอบแทนคุณแผ่นดิน และตอนนี้เธอยังเป็นที่ยอมรับในชุมชนในฐานะผู้นำจิตอาสาและวิทยากรด้านเศรษฐกิจพอเพียง การที่เธอสามารถดูแลศูนย์การเรียนรู้ และเผยแพร่ความรู้ไปยังครัวเรือนอื่นชุมชนอื่น ๆ เป็นการต่อยอดความสำเร็จที่ช่วยสร้างความยั่งยืนในพื้นที่ นอกจากนี้ เธอยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานภาครัฐและองค์กรภาคประชาชนในฐานะผู้นำชุมชนที่เข้มแข็งและเป็นแบบอย่างให้กับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเองเรื่องราวของนางเจะปอเยาะ ลาโฮะยา จึงเป็นมากกว่าการต่อสู้เพื่อครอบครัวของตนเอง แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็งและความพยายามในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและคนในชุมชน ด้วยการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิต
จากผลสำเร็จของการสนับสนุนจากศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนา จังหวัดยะลา เจะปอเยาะ ได้ขยายบทบาทของตนเองในชุมชน โดยร่วมมือกับศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และองค์กรภาคประชาชนเพื่อสันติและเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดยะลา เพื่อขยายการเรียนรู้และเผยแพร่ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงสู่ชุมชนอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดกิจกรรมต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของแม่เลี้ยงเดียวผู้พิการและผู้เปราะบางในพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป
Powered by Froala Editor