“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์”
สามัคคี คือพลัง คำนี้ยังมีความสำคัญต่อสังคมและประเทศชาติ ศปจ.บุรีรัมย์ในฐานะกลุ่มภาคประชาสังคมจึงเล้งเห็นความสำคัญของการสามัคคีของกลุ่มคน เมื่อได้รับบทบาทในการที่จะระดมทุน เพื่อช่วยเหลือกลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในภาวะยากลำบาก จึงมีการประสานงานเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาคีเครือข่ายส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และพระสงฆ์ ผู้ที่มีความถนัดในด้านการระดมทุน รับบริจาค รับกองบุญต่างๆจากญาติ โยม ในการนี้เองทางคณะกรรมการ ศปจ.ได้ปรึกษาหารือกับทางเจ้าคณะตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ หลวงพ่อพระมหาเธียรจันทร์ กิตติญาโณ ท่านเป็นประธานกลุ่มพระสงฆ์นักพัฒนา เป็นกรรมการ ศปจ.บร. ที่สำคัญท่านมีบุญบารมีเป็นที่น่าศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านเป็นอย่างดียิ่ง เมื่อท่านทราบถึงแผนงาน แนวคิดการจะระดมทุนด้วยกระบวนการ “กองบุญผ้าป่าสามัคคี”ท่านทราบข้อมูลกลุ่มผู้ยากลำบากในพื้นที่ สถานการณ์ผู้สูงอายุ คนพิการ ที่อยู่ในภาวะยากลำบากในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ยังมีจำนวนมาก บางรายการไม่เข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานในระบบสุขภาพ บางรายคนในครอบครัวป่วยกลายเป็นการลำบากซ้ำซ้อน “การระดมทุนช่วยคนลำบากยากจนก็เป็นเรื่องสำคัญได้บุญมากหากช่วยคนๆหนึ่งให้กลับมามีชีวิตมีความหวัง ความสุขอีกครั้ง” คำพูดของท่านหลวงพ่อพระมหาเธียรจันทร์ กิตติญาโณ กล่าวไว้ในตอนประชุมหารือวางแผนงานจัดทำผ้าป่า “กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์”

ภารกิจ กระบวนการเตรียมงาน
วันถัดมาเมื่อเริ่มเช้าวันใหม่ ฟ้าสดใสสวยงาม เหล่าคณะทำงาน/อาสาสมัคร/พระสงฆ์/สามเณรรับหน้าภารกิจลงพื้นที่จัดงาน คือวัดบัวถนน ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่เจ้าภาพในการจัดงานผ้าป่า“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์” และช่วยกันทำความสะอาดศาลาการเปรียญ สถานที่ตั้งกองบุญผ้าป่าและทำพิธีตามหลักประเพณีพุทธศาสนาต่างๆ บางคนสำรวจสิ่งของ วัสดุ/อุปกรณ์ ในการจัดงาน บางคนประสานผู้นำชุมชนในพื้นที่ในเรื่อง เครื่องเสียงในงาน และประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย ช่องทางอินเตอร์เน็ทต่างๆให้ผู้คนมาร่วมทำบุญกับกองบุญผ้าป่าดังกล่าว บางคนประสานหลวงพี่ในการกราบนิมนต์พระในวันงานไว้ล่วงหน้า และที่สำคัญคณะทำงาน ศปจ.บุรีรัมย์ เริ่มประสาน ภาคี เครือข่าย กลุ่มองค์กรต่างๆที่คุ้นเคย ในจังหวัด ประสานแบบไม่เป็นทางการ ผ่านโทรหาส่วนตัว,ไลน์,และแชต ในรายละเอียดที่ชัดเจนของ“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์”

ในวันและเวลาเดียวกันอีกฝากหนึ่งของมุมศาลาวัดการเปรียญวัดบัวถนน ทีมคณะกรรมการ ศปจ.บุรีรัมย์/นำโดย อาจารย์นิรันดร์ กุลฑานันท์/ผอ.ธงชัย สนหอมและตัวแทนกรรมการวัด/พระสงฆ์ นำโดยหลวงพ่อพระมหาเธียรจันทร์ กิตติญาโณ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดได้ประชุมหารือร่วมด้วยช่วยกันระดมสมอง ในการวางแผนกำหนดการ ใบฎีกา กรอบการทำงานจนสรุปออกมาเป็นที่น่าพอใจจากหลายฝ่ายที่จะเป็นเครื่องมือช่วยนำทางการดำเนินกิจกรรมได้อย่างเข้าใจถูกต้องต่อไป

ภารกิจ จิตอาสา “กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์”
คนพร้อม สถานที่พร้อม เริ่มกิจกรรมการระดมทุนในวันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 ในช่วงเช้า ระหว่างเวลา 08.00-11.00 น. ผู้คน ตา ยาย พี่ ป้า น้า อา เด็กๆบ้านใกล้เรือนเคียงทยอยเดินทางมาร่วมในบริเวณศาลาการเปรียญสถานที่ตั้งกองบุญผ้าป่าและทำพิธีตามหลักประเพณีพุทธศาสนาต่างๆ เสียงผู้คนในงานคุยกันกึกก้องตามภาษาชาวบ้านที่ได้มาพบปะกันนานๆครั้งในภาษาท้องถิ่น เขมร เป็นส่วนใหญ่ สลับกับเสียงหลวงพี่พิธีกรช่วยประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ร่วมทำบุญตามกำลังฐานะ อย่างต่อเนื่อง ในบรรยากาศหลายคน หยิบเงินยี่สิบ สี่สิบ หนึ่งร้อย ใส่ทำบุญกับต้นผ้าป่าตามกำลังเงินทยอยร่วมทำบุญอย่างสม่ำเสมอ พอครั้นสายๆหน่อยผู้คนจากต่างอำเภอ จากตัวแทนภาคี เครือข่ายต่างๆทยอยเดินทางมาถึงสถานที่กราบไหว้พระประทาน พบปะพูดคุยกับหลวงพ่อ คณะกรรมการ ร่วมทำบุญ ดื่มน้ำ รับฟังธรรมมะจากหลวงพ่อตามสมควร ในส่วนภาคี เครือข่ายบางราย ที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมงานได้ก็ฝากทำบุญมากับเพื่อน บางรายก็ประสานงานโอนเข้าบัญชีธนาคารในการ่วมทำบุญ เสียงตอบรับ จากภาคี เครือข่ายกลุ่มองค์กรต่างๆได้รับการบริจาคร่วมกองบุญผ้าป่า คนละเล็กคนละน้อย ตามกำลัง จากหัวหน้าศูนย์พลเมืองอาสา (ศพอ.)ทั้ง 23 อำเภอ


เมื่อเวลาผ่านไปพอสมควร กระบวนการหลายๆอย่างเริ่มลงตัว พิธีการสมโภชน์ผ้าป่าสามัคคี ,พิธีทอดผ้าป่า“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์” มาถึงคราช่วงเวลาสำคัญผู้คนต่างใจจดใจจ่อในการตั้งใจฟังพิธีกร หลายคนแอบลุ้นอยู่ในใจว่าเลขจะสวยไหม นั่นคือ ช่วงเวลาการนับจำนวนเงินยอดรวมของต้นผ้าป่า“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์” ก่อนการนับ ทีมงานและชาวบ้านต่างขอถ่ายภาพเก็บไว้ที่ระลึก ในส่วนคณะกรรมการก็ได้ดำเนินการช่วยกันนับเงินบริจาคอย่างตั้งใจ มีสมาธิที่แน่วแน่ ไม่ให้สับสนในการนับเงินนั่งเอง ใช้เวลาไม่นานหนัก หลายคนคนละไม้คนละมือช่วยกันก็สำเร็จเสร็จสิ้น สรุปยอดเงิน“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์”ทอด ณ วัดบัวถนน ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ในวันเสาร์ที่ 26 เดือน เมษายน พ.ศ. 2568 (ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 5) จำนวน 79,900 บาท เสียงคำพูดของเหล่าผู้คนในงาน ร่วมสาธุดังกึกก้อง หลายฝ่ายพึงพอใจในผลสำเร็จอาจจะไม่ใช่ยอดเงินที่มากมายแต่ก็จะเป็นทุนประเดิมที่จะต่อยอดช่วยชีวิตผู้ยากลำบากในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ในระดับหนึ่งสำหรับเคสที่จำเป็นเร่งด่วน
ในโอกาสท้ายนี้ทางพระมหาเธียรจันทร์ กิตติญาโณ เจ้าอาวาสวัดบัวถนน เจ้าคณะตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้บรรยายให้รายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติม การช่วยเหลือกลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในภาวะยากลำบาก ที่เราจะนำเงินจากการระดมทุน รับบริจาคจากท่านผู้ใจบุญผ่าน“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์” จะเป็นกองบุญช่วยเหลือช่วยเหลือผู้ยากลำบากเร่งด่วนหลักๆก่อน เช่น ครอบครัวยากจน/ ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง /คนพิการช่วยตัวเองลำบาก/ คนป่วยขาดคนดูแลการเข้าถึงการรักษาพยาบาลลำบาก/คนไร้บ้าน เป็นแรงงานนอกระบบ/คนไร้บัตรประชาชน เป็นต้น รูปแบบโดยแกนนำ/อาสมสมัคร/อสม.ในชุมชน/หรือญาติในครอบครัวผู้ป่วยเสนอรายชื่อ พร้อมถ่ายภาพผู้ป่วย และบัตรประชาชน เพื่อยืนยันว่าชื่อนี้ คนคนนี้ป่วยจริงมาให้พิจารณาโดยตรวจสอบกับข้อมูลที่สำรวจเทียบเคียงประกอบกัน ลักษณะการช่วยเหลือเบื้องต้นตามข้อจำกัด คือ ช่วยถุงยังชีพปัจจัยของใช้ในชีวิตประจำวัน เงินสด,อาหาร,เครื่องนุ่งห่ม,ยารักษาโรค ฯ /ก่อสร้าง/ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย/ส่งเสริมอาชีพหารายได้เสริม/ ในบางส่วนในเรื่องการไม่เข้าถึงสิทธิของรัฐจะประสานหน่วยงานภาครัฐหรือส่วนที่เกี่ยวข้องลงมาติดตามหาแนวทางช่วยเหลือ ต่อไป
ดังนั้นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ทุกท่าน ผู้ใจบุญร่วมบริจาค เป็น“กองบุญผ้าป่าสามัคคี เพื่อชีวิตผู้ยากลำบากบุรีรัมย์”ให้สบายใจได้ว่าได้ถึงมือ ผู้ยากลำบากที่ ครอบครัวยากจน/ ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง /คนพิการช่วยตัวเองลำบาก/ คนป่วยขาดคนดูแลการเข้าถึงการรักษาพยาบาลลำบาก/คนไร้บ้าน เป็นแรงงานนอกระบบ/คนไร้บัตรประชาชน อย่างแน่นอน และหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นตัวกลไกสร้างการมีส่วนร่วมระหว่าง ผู้บริจาคและผู้ใจบุญ ส่งบารมีทานให้ถึง ผู้ยากลำบากครอบครัวยากจน/ ผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง /คนพิการช่วยตัวเองลำบาก/ คนป่วยขาดคนดูแลการเข้าถึงการรักษาพยาบาลลำบาก/คนไร้บ้าน เป็นแรงงานนอกระบบ/คนไร้บัตรประชาชน ที่ได้รับการช่วยเหลือ ให้มีรอยยิ้มบนใบหน้า เห็นหยดน้ำตาแห่งความสุข และจะเป็นสังคมแห่งการไม่ทอดทิ้งกัน สืบไป

ปัจจัยความสำเร็จ
ปัญหา/อุปสรรค
1) ด้านความไม่เข้าใจของผู้คนในการทำกองบุญผ้าป่า ที่ว่าทำไมทำผ้าป่าในวัดแล้วไม่นำมาเงินมาสร้างวัด คิดว่าทำแบบนี้มีแต่มูลนิธิ สมาคมเท่านั้น แต่เมื่อคณะทำงานอธิบายสร้างความเข้าใจบ่อยๆให้ชัดเจน ก็คลายความสงสัยและเข้าใจ
2) ด้านการเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมของภาคี เครือข่าย กลุ่มองค์กรต่างๆในจังหวัดที่อยู่ต่างอำเภอมีระยะทางไกลบางอำเภอมากกว่า 100 กิโลเมตร เช่น อำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์และนาโพธิ์ เป็นต้น แต่มีการประสานการช่วยเหลือผ่านระบบอินเตอร์เน็ท โซเชียลต่างๆช่วยทำให้ผู้ใจบุญช่วยงานได้ตามความพอใจ
Powered by Froala Editor