น้ำใสใจจริงของผู้ให้ ..ปันใจสู่ใจผู้รับเป็นสุข
เล่าเรื่องโดย นางทิพาภรณ์ สังขพันธ์
เป็นเช้าของอีกวันหนึ่งที่ทีม ศปจ.สมุทรปราการ ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนผู้มีภาวะเปราะบางที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นตามความเหมาะสม ที่ตำบลแหลมฟ้าผ่าและตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เพื่ออยากจะบอกเล่าเรื่องราวของการลงพื้นที่และการช่วยเหลือผู้มีภาวะเปราะบางที่อยู่ตามริมขอบของจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีบ้านเรือนและวิถีชีวิตอยู่ริมสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา
บริบทของพื้นที่ : อำเภอพระสมุทรเจดีย์

อำเภอพระสมุทรเจดีย์เป็นพื้นที่ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นกลางแยกเป็นสองฝั่ง สภาพทั่วไปเป็นที่ราบลุ่ม น้ำทะเลท่วมถึง ประชาชนส่วนใหญ่อาศัยตั้งบ้านเรือนอยู่ตามริมคลองและการสัญจรส่วนใหญ่ใช้ทางน้ำ โดยมีเส้นทางหลักคือคลองสรรพสามิต แต่ปัจจุบันมีถนนสุขสวัสดิ์เป็นถนนสายหลักสุขสวัสดิ์-นาเกลือ ดังนั้นในการทำงานในบางพื้นที่ต้องใช้เรือเป็นพาหนะในการช่วยเหลือและดูแลประชากรในพื้นที่ ด้วยสภาพพื้นที่ที่แยกออกเป็นสองฝั่ง และในบางช่วงจะมีน้ำทะเลหนุนเสริมในบางพื้นที่ ทีม ศปจ.สมุทรปราการเราเคยนัดหมายกันไว้ในช่วงเดือนธันวาคม แต่ช่วงเวลาที่เรานัดหมายกันที่จะลงไปเยี่ยมเยียนในพื้นที่ เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนขึ้น น้ำท่วมซอยมีความยากลำบากในการสัญจร ทำให้ต้องเลื่อนการนัดหมายออกไป คราวนี้ได้เวลาและโอกาสที่เหมาะสมหลังจากที่นัดหมาย กับหมอนา (นางวรรณา สุกใส ผอ.รพ.สต แหลมฟ้าผ่า) และหมอขวด (นายครรชิต เนียมหอม ผอ.รพ.สต.บ้านคลองทะเล) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีม ศปจ.สมุทรปราการ ก็ได้มานัดหมายกัน พร้อมทั้งจัดเตรียมข้าวของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จะลงไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้เฒ่าแม่แก่สูงวัยในพื้นที่ของ ตำบลแหลมฟ้าผ่าและตำบลนาเกลือ เมื่อได้เวลาออกเดินทางกันโดยใช้เส้นทางข้ามสะพานภูมิพล 1 เลี้ยวซ้ายมาตามเส้นทางที่จะมาอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ก่อนถึงอำเภอพระสมุทรเจดีย์เป็นจุดหมายแรก คือ ตำบลแหลมฟ้าผ่า ซึ่งมีพื้นที่ตั้งอยู่ติดกับอ่าวไทย บริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มมีน้ำทะเลท่วมถึง เมื่อถึงฤดูน้ำหลากน้ำทะเลซึ่งเป็นน้ำเค็มจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ส่วนใหญ่ เนื่องจากพื้นที่อยู่ติดอ่าวไทยและมีคลองจำนวนมาก ราษฎรส่วนใหญ่มักปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ตามริมคลอง จึงเป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำในการสัญจรไปมา เดิมตำบลแหลมฟ้าผ่าแบ่งเขตการปกครองเป็นเขตสุขาภิบาล ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นเขตเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล มีหมู่บ้านจำนวน 13 มบ. โดยอยู่ในเขตเทศบาลจำนวน 4 มบ.และอยู่ในเขต อบต.9 มบ. มีประชากร 4763 คน พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นป่าชายเลน ประกอบกับมีลำคลองที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยหลายสาย จึงทำให้ตำบลแหลมฟ้าผ่าเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเลที่สำคัญเช่น กุ้ง ปูทะเล หอยแครง หอยแมลงภู่ ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่สำคัญของคนในพื้นที่ เมื่อเข้ามาสู่พื้นที่ของตำบลแหลมฟ้าผ่า จะพบบ้านเรือนตั้งทั้งสองฝั่งถนนตั้งแต่ทางเข้าจนถึง รพ.สต.แหลมฟ้าผ่า เป็นบ้านเรือนไม้และตึกแถวที่ชิดติดกันแบบยกพื้นสูงข้างหลังจะติดคลองสรรพสามิต พื้นผิวถนนยังมีร่องรอยของน้ำทะเลที่หนุนขึ้นท่วมบ้านเรือนของประชาชนให้เห็นเป็นระยะตลอดเส้นทาง
ปักหมุดแรก : การช่วยเหลือ การระดมทุนของพื้นที่ในการช่วยเหลือผู้มีภาวะเปราะบางของตำบลแหลมฟ้าผ่า
ปักหมุดแรกของทีม ศปจ.สมุทรปราการในวันนี้ เป็นการนัดหมายกับ หมอนา (นางวรรณา สุกใส) ผอ.รพ.สต.แหลมฟ้าผ่า ซึ่งเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆแต่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เป็นนักพัฒนาตัวยง ผู้เป็นที่รักของชาวบ้านและเป็นที่ศรัทธา และได้รับความร่วมมือจากท้องถิ่นและวัดแหลมฟ้าผ่าในการทำงานเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นผู้ประสานการทำงานในพื้นที่จนเป็นที่ประจักษ์ จากการทำงานที่ทุ่มเทและเป็นกันเองในการดูแลสุขภาพของชาวบ้านที่รับผิดชอบของตำบลแหลมฟ้าผ่า เมื่อทีมเราไปถึงพบหมอนากำลังช่วยจัดเตรียมเอกสารในการนำเสนอของผู้ใหญ่บ้านที่จะรับการคัดเลือก ผู้ใหญ่บ้านแหนบทอง และเตรียมตัวไปเป็นกรรมการในการคัดเลือกดังกล่าว ทำให้พวกเราได้เห็นว่าการทำงานในพื้นที่ นอกจากมีบทบาทและหน้าที่ในการให้บริการในการดูแลรักษาประชากรในพื้นที่แล้ว ยังต้องมีบทบาทและหน้าที่ในการประสานการทำงานร่วมกันอีกหลายบทบาทอื่นๆในพื้นที่ จึงได้พูดคุยและพบว่า วันนี้เดิมทีได้นัดหมายผู้นำท้องถิ่นและท้องที่ในการพูดคุยกันแล้ว แต่พอดีมีการคัดเลือกผญบ.แหนบทองพอดี และผญบ.ของหมู่นี้ได้รับการเสนอชื่อในการคัดเลือก ก็ต้องช่วยจัดเตรียมเนื้อหาในการนำเสนอในการคัดเลือกด้วย วันนี้เราจึงมีเวลาในการพูดคุยไม่มากนัก จึงได้พูดคุยเข้าประเด็นในเนื้อหากับหมอนา ในการช่วยเหลือและการระดมทุนทั้งผู้คน กำลังทรัพย์สิ่งของ เครื่องอุปโภคและบริโภคในการช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะเปราะบางของตำบลแหลมฟ้าผ่าอย่างไรบ้างซึ่ง หมอนาเล่าให้ฟังว่า การดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการของตำบลแหลมฟ้าผ่า ซึ่งมีอยู่จำนวน 30 คน เป็นความร่วมมือร่วมกันของเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ในดำเนินงานการช่วยเหลือผู้มีภาวะเปราะบาง ซึ่งมีทั้ง ท้องถิ่น ท้องที่ : กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน วัด และองค์กรทุกภาคส่วนในท้องถิ่น เช่น โรงงานในพื้นที่ ,อสม., แกนนำในชุมชน เป็นต้น และร่วมกันผลักดันเป็นแผนพัฒนาตำบลเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจำปี โดยสรุปกระบวนการ


และขั้นตอนของการดำเนินงาน ดังนี้
ขั้นตอนแรก คือ การประเมินสภาพร่างกายและคัดกรองโดย อสม. ตามคู่มือการคัดกรองสุขภาพ 9 ด้าน : ด้านความคิดความจำ ด้านความเคลื่อนไหวร่างกาย ด้านการขาดสารอาหาร ด้านการมองเห็น ด้านการได้ยิน ด้านภาวะซีมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ด้านการกลั้นปัสสาวะ ด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ด้านช่องปาก ซึ่งเป็นการคัดกรองเบื้องต้นประเมินปีละครั้ง
ขั้นตอนที่สองหลังจากมีการประเมินขั้นต้นแล้ว จะส่งข้อมูลมาให้พยาบาลวิชาชีพของ รพ.สต ซึ่งเป็นผู้จัดการระบบ (Care manager) เป็นผู้ประเมินซ้ำ เพื่อวางแผน (Care Plan) และประสานงานทีมสหวิชาชีพในการดูแลอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์และการรักษาพยาบาล และเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตเช่น อาหาร สบู่ ยาสีฟัน ผงซักฟอก ผ้าอ้อม เป็นต้น

ขั้นตอนที่สาม Care Conference โดยทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย แพทย์ เภสัชกร แพทย์แผนไทย และทีมสวัสดิการของเทศบาล และ อบต.ประชุมร่วมกันในการจัดทำเป็นแผนการดูแลให้การช่วยเหลือในด้านการบริการรักษาพยาบาลและที่อยู่อาศัย
ขั้นตอนที่สี่ นำเข้าเสนอในกองทุนของเทศบาลฯและอบต.(ตำบลแหลมฟ้าผ่า แบ่งรูปแบบเขตการปกครองเป็นทั้งเทศบาลฯและ อบต.) เพื่อขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินงาน รวมทั้งระดมทุนจากกองทุนในพื้นที่ ได้แก่ กองทุนแม่ของแผ่นดิน กองทุนขยะผู้ป่วยติดเตียง รวมทั้งโรงงานในพื้นที่ ในการร่วมกันสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ และของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันของครอบครัว
ขั้นตอนที่ห้า เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ดำเนินการในการช่วยเหลืออย่างครอบคลุม และหากพบมีรายใหม่เกิดขึ้นก็จะมีการประเมินเป็นรายใหม่และดำเนินการช่วยเหลือต่อไป
และนอกจากนี้ ในปี 2567 ยังมีการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนการดำเนินงานดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนเขตเทศบาล โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้การดูแลผู้เปราะบางที่มีภาวะพึ่งพิง มีประสิทธิภาพสูงสุด และให้เกิดเครือข่ายในการทำงานระหว่างเทศบาล หน่วยสถานบริการ แกนนำและองค์กรต่างๆ โดยในการเสนอของบประมาณผ่านท้องถิ่นในแต่ละปีมีเพียงพอในการดูแลผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่ และประกอบกับเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนเป็นคนพื้นถิ่นดั้งเดิม ทำให้การทำงานในการดูแลเป็นไปอย่างทั่วถึงจึงไม่มีปัญหาในการระดมทุนในการช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการในพื้นที่ อีกทั้งยังมีบริษัทเอกชนและโรงงานในพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุนของใช้ในชีวิตประจำวัน และเครื่องอุปโภคบริโภคมาแจกจ่ายผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยจะทำการแจกในวันสำคัญทางศาสนา วันปีใหม่ หรือในการลงเยี่ยมบ้านในแต่ละเดือนของงานแพทย์แผนไทยที่มีการเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ เพื่อให้คำแนะนำแก่ญาติในการดูแล เป็นการดูแล มอบสิ่งของและให้กำลังใจอย่างสม่ำเสมอ

หมุดหมาย 2 : เยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้มีภาวะเปราะบาง ต.นาเกลือ
ตำบลนาเกลือ แบ่งเขตการปกครองในรูปแบบ อบต.นาเกลือ มีพื้นที่รับผิดชอบ 8 หมู่บ้าน ประชากร 11,913 คน 4,893 หลังคาเรือน ด้วยสภาพพื้นที่ที่มีน้ำทะเลขึ้นลง ทีม ศปจ.เราเคยนัดหมายกันไว้ในช่วงเดือนธันวาคม แต่ช่วงเวลาที่เรานัดหมายกันที่จะลงไปเยี่ยมเยียน เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนขึ้น น้ำท่วมซอยมีความยากลำบากในการสัญจร ทำให้ต้องเลื่อนการนัดหมายออกไป คราวนี้ได้เวลาและโอกาสที่เหมาะสมน้ำทะเลไม่หนุนขึ้น หลังจากที่นัดหมายกับหมอขวด (นายครรชิต เนียมหอม ผอ.รพ.สต.บ้านคลองทะเล) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีม ศปจ.สมุทรปราการ พร้อมข้าวของเครื่องอุปโภคบริโภคที่จะลงไปเยี่ยมเยียนให้กำลังใจผู้เฒ่าแม่แก่สูงวัยในพื้นที่ของ ตำบลนาเกลือ ก็ได้เวลาออกเดินทางกันเมื่อถึงจุดหมาย พบชายหนุ่มวัย 50 ต้นๆ นั่นก็คือ หมอขวด ซึ่งเป็นที่รักและศรัทธาของชาวบ้านที่ดูแลให้บริการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ทั้งสองฝั่งที่ต้องใช้การสัญจรทั้งทางเรือและทางบก จำนวน 2 หมู่บ้าน คือหมู่ 2 บ้านคลองนาเกลือที่ต้องดูแลประชากร 935 คน 266 หลังคาเรือน และ หมู่ 6 บ้านคลองทะเล มีประชากรที่ต้องดูแลจำนวน 1020 คน 400 หลังคาเรือน โดยบ้านที่ปลูกอาศัยอยู่บริเวณบกนั้นต้องเช่าที่พัสดุ โดยจ่ายค่าเช่าเป็นรายปี ราคาจะแตกต่างกันตามพื้นที่และสภาพบ้านที่ปลูกอาศัย ซึ่งบ้านที่ปลูกอาศัยถ้าเป็นบ้านที่พอจะมีอันจะกินก็ปลูกเป็นบ้านตึกหรือไม้ หากพอมีกินมีใช้ไม่มากก็จะปลูกเป็นบ้านที่มีหลังคาและฝาบ้านเป็นวัสดุจากใบจาก
บ้านหลังแรก :ถีงภาระที่บ้านเยอะ..แต่ช่างเถอะใจยังสู้ไม่ท้อถอย
บ้านหลังแรกของการมาเยี่ยมเยียนของทีมเราที่เป็นจุดหมายปลายทางในวันนี้ เป็นบ้านเลขที่ 6 หมู่ 2 ต.นาเกลือ ของผู้มีภาวะเปราะบางในกลุ่มผู้สูงอายุนั่นคือ คุณยายประนอม สง่างาม วัย 73 ปี บริเวณจากถนนเข้าสู่ทางเดินเข้าบ้าน เป็นทางเดินปูนแคบๆเดินสวนกันลำบาก มีโอกาสตกสูงมากหากไม่หลบหลีกกันดีดี สองข้างทางก่อนถึงบ้านคุณยายประนอมมีบ้านเรือนของญาติๆตั้งอยู่เรียงรายทั้งสองฝั่งของถนนปูนแต่ทุกหลังเสาบ้านจะตั้งอยู่ในน้ำ ที่เป็นน้ำขังที่เอ่อล้นมาจากคลองสรรพสามิต โดยพี่วัฒนา อ่ำถนอม อสม.ที่ดูแลหมู่ 2 เล่าให้ฟังว่า ที่ดินที่ตั้งบ้านเรือนที่ปลูกอาศัยอยู่กันตั้งแต่ปากทางเข้ามาตำบลแหลมฟ้าผ่า จนมาถึงตำบลนาเกลือเช่าที่ราชพัสดุโดยจ่ายเป็นรายปี ราคาแตกต่างกันแล้วแต่ขนาดของบ้าน บ้านเรือนที่ปลูกจึงไม่เป็นระเบียบแล้วแต่กำลังทุนทรัพย์ของแต่ละคนแต่ในบริเวณนี้ทุกหลังเป็นเครือญาติที่ช่วยเหลือพึ่งพากันได้ ส่วนเรื่องน้ำขังใต้ถุนบ้านที่เป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้น ก็เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยากเพราะบ้านเรือนปลูกติดคลองจึงได้แต่บอกบ้านเรือนทุกหลังให้จัดบ้านเรือน
ให้โปร่ง และสะอาดเพื่อสุขอนามัยที่ดีของคนในบ้าน



หลังจากทีมศปจ.สมุทรปราการได้แนะนำตัวกับคุณยายประนอมแล้ว ก็ได้นั่งพูดคุยไต่ถามสารทุกข์สุกดิบในการดำเนินชีวิตของครอบครัว คุณยายประนอม เล่าให้ฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า “ สามีเสียชีวิตไปนับ 10 กว่าปี แล้ว มีลูกด้วยกัน 4 คน เสียไปแล้ว 1 คน แยกไปมีครอบครัวหมดแล้ว ตอนนี้บ้านที่อาศัยอยู่นี้อยู่กับลูกสาว และหลานๆ ซึ่งมีหลานแฝดที่พิการ 1 คน เพราะตอนลูกสาวท้องไม่รู้ว่ามีลูกแฝด พอคลอดลูกแฝดคนโตแล้ว ถึงได้รู้ว่ามีแฝดคนน้องอีกคน แต่ใช้เวลานานทำให้เด็กขาดอ้อกซิเจน จึงเกิดมามีความพิการแต่กำเนิด แต่ช่วยเหลือตนเองและสื่อสารได้ ส่วนคนแฝดพี่แข็งแรงดีทำงานบริษัทส่วนตัวเองก็มีโรคประจำตัวคือ เบาหวานและความดัน รักษาตัวอย่างต่อเนื่องที่ รพ.สต แหลมฟ้าผ่า แข็งแรงดี ชีวิตแต่ละวันมีความสุขดี ไม่เครียดถึงแม้จะมีหนี้สินจากกองทุนหมู่บ้าน และยังโชคดีที่มีหมอขวด ผู้ใหญ่บ้าน และอสม.ที่ดีแวะเวียนมาให้การช่วยเหลือตลอด มาซ่อมแซมบ้านและหลังคาบ้านให้เป็นใบจากใหม่ ปีนี้ครอบครัวได้รับเงินหมื่นจากรัฐจำนวน 3 คน ทำให้นำไปชำระหนี้สินและใช้จ่ายในครอบครัวได้ ก็มีความสุขตามประสา ไม่คิดอะไรมาก มีชีวิตยังอยู่ก็สู้กันไป”
ในขณะที่พูดคุยกันคุณยายประนอมมีสีหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา แบบคนสูงวัยที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานานแล้ว ทำให้ไม่คาดหวังอะไรในชีวิตมากกว่าความสุขในแต่ละวันที่ได้อยู่กับลูกหลานในบ้านเล็กๆ หลังคามุงจากที่อบอวลไปด้วยความรักของคนในครอบครัวที่ดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน เป็นผู้สูงอายุที่ไม่ถูกทอดทิ้งจากเพื่อนบ้าน คนรอบข้าง และชุมชนที่ดูแลเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เอาใจใส่กันและกัน


หลังจากนั้นทีม ศปจ.สมุทรปราการ ได้ให้กำลังใจคุณยายประนอมให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในบั้นปลายอย่างมีความสุขกับลูกหลานต่อไป พร้อมทั้งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคและของใช้ในชีวิตประจำวัน คุณยายประนอมมีดวงตาที่แจ่มใสมีประกายขึ้น และขอบคุณพวกเราที่ให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นและบอกว่ามีพลังใจที่ จะใช้ชีวิตอยู่กับลูกหลานอย่างมีความสุขตามอัตภาพต่อไป


Powered by Froala Editor