จังหวัดบุรีรัมย์เป็นอีกจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน มีการพัฒนามายาวนาน ดังหลักฐานที่ว่า บุรีรัมย์เดิมเป็นชุมชนเขมรโบราณที่มีความรุ่งเรืองมาแต่สมัยทวาราวดี ประชากรจังหวัดบุรีรัมย์ที่หลากหลายชาติพันธุ์ หรือกลุ่มชน ทั้งมีกลุ่มประชากรที่เข้มแข็งแล้ว และประชากรที่ยังยากลำบากอยู่ จึงต้องมีค่านิยมของการให้ การเสียสละ ช่วยเหลือเกื้อกูลและเอื้ออาทรกัน เป็นค่านิยมแบบจิตอาสาในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ผู้ที่เข้มแข้งกว่าจะยื่นมือไปช่วยเหลือผู้ที่อ่อนแอและยากลำบากกว่า เพื่อให้สังคมจังหวัดบุรีรัมย์ผ่านพ้นความเดือดร้อนเฉพาะหน้า และสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพประชากรสู่ความเข้มแข็งและพึ่งตนเองได้ในระยะยาวต่อไป
หลังจากทางคณะทำงานได้รับรายละเอียดเนื้องานการสำรวจข้อมูลจากโครงการก็ได้ประสานทีมงานประชุมวางแผนงานให้ชัดเจน โดยสรุปเลือกพื้นที่อำเภอ เลือกผู้รับชอบซึ่งเป็นหัวหน้าอาสาสมัครประจำอำเภอที่จะประสานหาอาสาสมัครอำเภอลงพื้นที่สำรวจข้อมูล และอำเภอที่ได้สำรวจกลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในสภาวะยากลำบากได้แก่ อำเภอ สตึก,บ้านใหม่ไชยพจน์,ละหานทราย,และนางรอง รวม 4 อำเภอ 100 เคส 100 แบบสอบถาม
ภารกิจ
อาสาสมัครลงพื้นที่สำรวจ “กลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก”
เริ่มภารกิจสำรวจที่มีอาสาสมัครกระจายตัวในแต่ละพื้นที่ ส่วนใหญ่เป็น อสม.,ผู้นำชุมชน,และนักเรียน นักศึกษา นำแบบฟอร์มลงไปในพื้นที่ประสานกับผู้ใหญ่บ้านในชุมชน หารือกับคนในพื้นที่คัดเลือกกลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก นำแบบฟอร์มไปนั่งสัมภาษณ์ข้อดีของการไปนั่งสัมภาษณ์กลุ่มยากลำบาก ผู้สัมภาษณ์ได้เห็นสภาพความเป็นอยู่จริงๆท่าทีการพูดจาเป็นต้นเมื่ออาสาสมัครลงรายละเอียดเสร็จในแบบฟอร์มก็จะประสานผู้ประสานงานอำเภอ เพื่อที่จะรวบรวมเอกสารให้ส่งในส่วนผู้ประสานงานจังหวัดดำเนินการให้เจ้าหน้าที่จัดรวบรวมและคีย์ลงระบบต่อไป
ประสบการณ์ สานพลัง ปันสุขผู้ยากไร้
จากการลงพื้นที่ในการสำรวจข้อมูลของเหล่าอาสาสมัคร จากฐานข้อมูลพบว่า ส่วนใหญ่ที่ได้ถูกสำรวจเป็นกลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก เป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง,กลุ่มคนพิการด้านต่างๆที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ที่น่าตกใจกว่านั้นบางรายเป็นทั้งสองกรณีแถมยังครอบครัวมีฐานะยากจนอีกด้วยถึงแม้เขาเหล่านี้บางคนจะได้รับสวัสดิการด้านสาธารณสุข เช่น บัตรทองรักษาฟรี และมีเบี้ยยังชีพคนชรา คนพิการ แต่เขาเหล่านี้ไม่สามารถประกอบอาชีพได้แล้ว ยังไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องหรือรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะกลายเป็นผู้พิการซ้ำซ้อน ผู้สูงอายุที่เจ็บป่วยเรื้อรังไม่มีคนดูแลมีชีวิตอยู่เหมือนรอวันตาย ขาดขวัญกำลังใจ เพราะในบางรายสมาชิกในครอบครัวต้องออกไปทำงานรับจ้างทั่วๆไปให้มีเงินมาใช้จ่ายในครอบครัววันละ 100-300 บาท แต่ก็ไม่ได้ทำทุกวัน ในบางรายเป็นผู้ป่วยจิตเวช บางคนเอะอะโวยวาย มีท่าทางจะทำร้ายผู้อื่น ทำร้ายตัวเอง บางคนก็ไม่ได้รับยาต่อเนื่อง คือรับยาไปแต่ไม่กินอาการก็กำเริบก็มี สร้างความหวาดกลัวในชุมชน ส่วนผู้พิการบางคนประสบอุบัติเหตุหากไม่ได้ทำกายภาพบำบัด ก็จะกลายเป็นผู้พิการซ้ำซ้อน ในบางรายไม่มีบ้านอาศัยอยู่กับที่ดินของคนอื่นที่เขาสงสารและให้เช่าอยู่ชั่วคราว และในบางรายคนในครอบครัวมีคนพิการ มีคนสูงอายุ มีเด็กเล็ก ยากจน เข้าไม่ถึงสวัสดิการของรัฐบางอย่างเพราะไม่มีลูกหลานคอยช่วย ไม่รู้ข้อมูลข่าวสาร อยู่ตามมีตามเกิดบางวันต้องอดอาหารจากการไม่มีข้าวสารหุง เป็นต้น จึงเห็นว่าคนกลุ่มนี้จะลำบากมาก เพราะเขากลายเป็นภาระให้ครอบครัว และภาระชุมชนสังคม
ดังกล่าวตัวอย่างกรณีรายหนึ่ง ที่อาสามสมัครประสานงานทางผู้ประสานอำเภอ และจังหวัด ที่อยากจะให้มาลงพื้นที่เยี่ยมเยียน เพื่อหาทางช่วยเหลือ เห็นสภาพแล้วน่าสงสารน่าช่วยนำร่องในเคสพื้นที่ร่อนทองอำเภอสตึกรายหนึ่ง เป็นผู้สูงอายุ สถานะภาพโสด อายุ 78 ปี เป็นคนพิการด้านร่างกายเคลื่อนไหวไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อาศัยอยู่กับแม่ที่ชรามากๆอายุ 90 ปี และหลานเด็กเล็กหนึ่งคน โดยแม่ของหลานไปทำงานต่างจังหวัดส่งเงินมาให้เป็นบางครั้งประมาณ 1,000-2,000 บาท ไม่พอกับรายจ่าย ต้องอยู่อย่างอดๆยากๆในบางวันไม่มีแม้แต่ข้าวสารหุงข้าว ถ้าวันไหนเพื่อนบ้านแวะมาดูก็พอช่วยเหลืออาหารได้บ้าง เพื่อนบ้านเองก็ลำบากช่วยได้อย่างจำกัด ด้วยตนเองเป็นคนพิการ จึงช่วยเหลือครอบครัวไม่ได้จึงทำให้แม่ที่ชรามากๆต้องคอยช่วยตัวเองแล้วยังช่วยตนด้วยที่สำคัญยายไม่ได้รับสวัสดิการจากภาครัฐในเวลาที่เขาให้ลงทะเบียนที่จะช่วยเหลือต่างๆ เช่น ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ,ลงทะเบียนความช่วยเหลือสร้างบ้านมั่นคงของ พมจ.พอช. เป็นต้น ดังกล่าวทีมอาสาสมัครและคณะทำงานจังหวัดจึงได้ลงพื้นที่เยี่ยมสอบถามเพิ่มเติม จนเกิดรอยยิ้ม เกิดขวัญกำลังใจ รู้สึกอบอุ่น ในรายยากไร้นี้อย่างเห็นได้ชัดจากสีหน้าท่าทางและการพูดคุย ในวันนั้นทางคณะมีถุงยังชีพถุงใหญ่มอบเป็นพิ้นฐานในการไว้ใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วประสานผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น รพ.สต.เข้าร่วมด้วย พร้อมหารืออย่างไม่เป็นทางการการ จนมีแนวทางช่วยเหลือ เกิดขึ้นดังนี้
ดังกล่าวในระยะเวลาผ่านไปราวสองอาทิตย์หรือ 14 วัน ได้รับข่าวคราวจากผู้ประสานงานอำเภอ และอาสาสมัครอำเภอ ประสานแจ้งความคืบหน้าการช่วยเหลือเคสดังกล่าวว่า
ปัจจัยความสำเร็จ
จากการขับเคลื่อนงานสำรวจและช่วยเหลือกลุ่มประชากรเฉพาะที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก การบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน บูรณาการคนจนสามารถประสบผลสำเร็จและได้รับการยอมรับ และสำคัญคือทำให้ปัญหาได้รับการใส่ใจในแก้ไขร่วมกัน มีปัจจัยความสำเร็จ ดังนี้
ภาพประทับใจ ภาคีเครือข่ายจิตอาสา สานพลัง ปันสุขผู้ยากไร้






Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor
Powered by Froala Editor