เรื่องเล่าเร้าอารมณ์
เรื่อง บ้าน จุดเริ่มต้นของความสุข
โดย นายธนบดี เจริญผล ผู้เขียน
หากพูดถึงความสุข จุดเริ่มต้นสำคัญคงมาจากภายในบ้าน ครอบครัวที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ร่วมแสดงความรัก แบ่งปันเรื่องราวดีๆ ภายใต้สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยโครงสร้างที่แข็งแรง มีประตู หน้าต่าง ที่สามารถเปิดรับแสงแดดและอากาศ มีหลังคา กำแพง ที่ป้องกันฝนและลมหนาว เปรียบเสมือนปราการป้องกันอันตรายจากภายนอก เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีบ้านที่แสนอบอุ่นและปลอดภัย ดั่งเช่นเรื่องราวของคุณซีตียารอ กะมูลู ที่ครอบครัวของเธอต้องอดทนอยู่ภายในบ้านที่ชำรุด ทรุดโทรม ไร้ซึ่งสิ่งอำนวยความสะดวก และความปลอดภัย เทียบเท่ากับศูนย์
บอกเล่าเรื่องราว ผ่านประสบการณ์ของชีวิต
คุณซีตียารอ กะมูลู อายุ 50 ปี ประกอบอาชีพนวดแผนไทย เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ในเขตพื้นที่ตำบลตะลุโบะ จังหวัดปัตตานี ร่วมกับแม่ นางสาฟีน๊ะ บินอิบรอฮิม อายุ 73 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง และลูกชายอีก 2 คน ชื่อว่า นายวันมุสลีมิน สิเดะ อายุ 16 ปี พี่คนโต และเด็กชายวันฮานาฟี สิเดะ อายุ 13 ปี น้องคนเล็ก ซึ่งมีความผิดปกติทางระบบประสาทตั้งแต่กำเนิด โดยคุณซีตียารอ รับหน้าดูแลทั้ง 3 คน แต่ก็จะมีญาติพี่น้องที่แวะเวียนมาเยี่ยม ส่งข้าว ส่งน้ำ และให้กำลังใจ
คุณซีตียารอ เล่าว่า เมื่อก่อนพี่น้องอยู่ร่วมกัน 11 คน เป็นครอบครัวใหญ่ โดยมีแม่เป็นเสาหลักของบ้าน เนื่องจากพ่อเสียตั้งแต่ยังเด็ก แม่ต้องหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการทำขนมหวานไปขาย ในทุก ๆ วัน พี่น้องต้องช่วยกันเตรียมอุปกรณ์และส่วนผสมต่าง ๆ สำหรับทำขนมหวาน เพื่อนำไปขายในตลาดชุมชน ด้วยฝีมือการทำขนมหวานที่ไม่เป็นสองรองใคร อร่อยจนมีลูกค้าประจำ หรือแม้กระทั่งมีการสั่งเพื่อนำไปขายต่อ ทำให้การขายขนมหวานกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัว
ทุกอย่างถูกปฏิบัติเป็นกิจวัตรประจำวัน แม่และพี่น้องช่วยกันทำขนมหวานไปขาย ด้วยกระบวนการที่เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น แม้ว่าความสุขที่เกิดขึ้นจะอยู่ภายใต้บ้านไม้หลังเล็กที่ไร้ซึ่งแสงสว่างจากไฟฟ้า หลังคาที่ผุพังเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและรูรั่ว บางจุดมุงด้วยเศษสังกะสีที่ถูกตอกติดไว้อย่างลวก ๆ เพียงเพื่อกันฝนไม่ให้ตกลงมาเปียกโชกบนพื้น กำแพงบางจุดผุพังจนเห็นช่องโหว่ที่ทำให้ลมหนาวพัดเข้ามาได้ตลอดเวลา แต่นั้นก็ไม่ใช่ปัญหา หรืออุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวันของคนในครอบครัว


วิกฤตแห่งชีวิต
เกือบ 30 ปี ที่คุณซีตียารอเห็นแม่ทำขนมหวานขายเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกเรียนตามกำลังที่มี จนเวลาผ่านไปหลายปี ลูกน้อยเริ่มเติบใหญ่แต่บ้านที่อาศัยยังคงเล็กเช่นเดิม บางคนเริ่มออกไปใช้ชีวิต บ้างก็ไปทำงานต่างจังหวัด แต่คุณซีตียารอยังคงอาศัยกับแม่และพี่น้องไม่กี่คน แม่ยังคงทำงานขายขนมหวานเช่นเดิม แต่ลดจำนวนการผลิตลง เนื่องด้วยสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยน ความนิยมของขนมก็เริ่มลดน้อยลง ต้องปรับตัวหันมาขายผ่านออนไลน์เพื่อลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายภายในบ้าน ประกอบกับแม่มีอาการเจ็บป่วยและมีโรคแทรกซ้อน ทั้งเบาหวาน ความดัน ทำให้ต้องเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ คุณซีตียารอและพี่น้องจึงร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหาโดยการออกไปทำงาน เพื่อหารายได้มารักษาอาการป่วยของแม่ และใช้จ่ายภายในครอบครัว
แต่แล้วโชคชะตาก็เล่นตลกให้คุณซีตียารอต้องปวดใจ เมื่อจู่ ๆ คุณแม่เกิดล้มป่วยกระทันหัน ทำให้ต้องกลายมาเป็นผู้ป่วยอัมพาตครึ่งท่อนล่าง เป็นผลมาจากการนั่ง ๆ นอน ๆ ไม่ได้ขยับร่างกายเท่าที่ควร จากปกติคุณแม่ต้องทำขนมขายทุกวัน ใช้พลังงานและร่างกายอยู่ตลอด เมื่อเริ่มป่วยและมีโรคแทรกซ้อน ทำให้ต้องหยุดการทำงานทุกอย่าง อาการจึงทรุดลงจนกลายเป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง เดิมทีคุณซีตียารอมีลูกชายคนเล็กที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท ต้องคอยเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เมื่อคุณแม่มาล้มป่วยอีกคน ทำให้เธอแทบจะสิ้นไร้หนทางในการแก้ปัญหา ประกอบกับฐานะทางบ้านยากจน การดูแลผู้ป่วย 2 คน จึงเป็นเรื่องลำบาก เพราะต้องใช้เงินจำนวนมากในการบำบัดรักษา

กำลังใจจากคนรอบข้าง
ทุกวัน เธอจมอยู่กับความทุกข์ใจ เร่งทำงานเพื่อหาเงินมาดูแลคนในครอบครัว จนบางครั้งเกิดความรู้สึกท้อ แต่ทุกครั้งที่รู้สึกหมดกำลังใจ เธอมักจะพูดกับตัวเองเสมอว่า “ เราต้องสู้เพื่อลูก...เพื่อแม่...จะท้อไม่ได้เด็ดขาด ” จนกระทั่งเธอ ได้เข้ามาอยู่ในกลุ่มคนที่เป็นจิตอาสา รายล้อมไปด้วยผู้คนที่มีพลังบวก เพื่อนฝูงรอบข้าง และคนในชุมชนได้รับรู้ถึงเรื่องราวอันน่าเศร้าใจ และยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ชวนทำกิจกรรม พูดคุยและรับฟัง ทำให้เธอได้รู้จักกับ สภาองค์กรชุมชนตำบลตะลุโบะ ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิต ให้เริ่มกลับมาคิดบวก มีกำลังใจสู้ต่อ พร้อมตั้งเป้าหมายไว้ว่าครอบครัวต้องมีความสุข โดยเริ่มต้นจากบ้านที่พักอาศัยอยู่ ต้องได้รับการซ่อมแซม ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงให้กลายเป็นบ้านที่อาศัยได้อย่างแท้จริง
การช่วยเหลือสนับสนุน
สภาองค์กรชุมชนตำบลตะลุโบะ (บ้านพอเพียง) กองทุนที่อยู่อาศัย โดยมี นายสมัน สาเมาะ เป็นแกนนำ ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ผู้ยากไร้และด้อยโอกาส ด้วยกระบวนการลงพื้นที่สำรวจ พร้อมเก็บข้อมูลในทุกหมู่บ้าน เพื่อนำข้อมูลมาเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกตามขั้นตอน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สมาคมองค์กรสาธารณประโยชน์เพื่อสังคมไทยเข้มแข็ง และศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดปัตตานี
นางกัลยา เอี่ยวสกุล ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานภาคีการพัฒนาจังหวัดปัตตานี เล็งเห็นถึงความสำคัญในการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดปัตตานี จัดทำโครงการส่งเสริมการฝึกอาชีพการทำไข่เค็มสมุนไพร การทำน้ำมันเหลือง และการทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการเกษตร เพื่อเป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพเสริมของผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมทั้งยังดำเนินโครงการต่อเติมและซ่อมแซมที่พักอาศัย โดยร่วมมือกับหลายภาคส่วน ได้แก่ กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลตะลุโบะ นิคมโคกโพธิ์ บัญฑิตแรงงาน พัฒนาสังคม อบต.ตะลุโบะ ผู้ใหญ่บ้าน ม.1 และ อสม.ตำบลตะลุโบะ รวมพลังช่วยกันซ่อมแซม ต่อเติมบ้านให้กับกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาสทางสังคม ให้มีสภาพเหมาะสำหรับการพักอาศัย ปกป้องคนในครอบครัวได้

ทุกอย่างพลิกผันจากหลังมือเป็นหน้ามือทันที (คุณซีตียารอพูดด้วยใบหน้ายิ้มและน้ำตาซึม) ความสุขที่ไม่อาจบรรยายเป็นคำพูดได้ เธอแค่ส่งยิ้มและพูดคำว่า “ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ” ด้วยความรู้สึกจากใจจริง เพราะชีวิตของเธอดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากอาชีพเสริมที่ทำร่วมกับกลุ่ม อีกทั้งบ้านหลังเล็กที่อาศัยมา 3 0 ปี ที่มีสภาพชำรุด ทรุดโทรม จากหลังคาที่ผุพังและมีรูรั่ว ก็ถูกแทนที่ด้วยกระเบื้องหนา กำแพงมีความแข็งแรงทนทานต่อลมหนาวยามค่ำคืน และแสงไฟที่ส่องสว่าง ทำให้รู้สึกปลอดภัยในยามค่ำคืน แต่ที่ประทับใจกว่านั้น คือ แม่ที่ปกติเป็นผู้ป่วยนอนติดเตียงไร้ซึ่งกำลังใจ ปัจจุบันอาการดีขึ้น เริ่มพูดคุยและส่งยิ้มให้กับผู้มาเยี่ยม แสดงให้เห็นถึงพลังใจที่กลับคืนมา ลูกชายก็มีความร่าเริงสมวัย ญาติพี่น้องก็กลับมาเยี่ยมบ่อยขึ้น มีพื้นที่สำหรับพูดคุย เติมเต็มซึ่งกันและกัน ภายใต้สถานที่ที่ซึ่งคุณซีตียารอ สามารถเรียกว่า “ บ้าน ” ได้อย่างแท้จริงอีกครั้ง



สุดท้ายนี้ คุณซีตียารอ ได้กล่าวขอบคุณถึงผู้คนที่เข้ามาช่วยเลือ ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ที่เข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอาชีพให้กลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ และผู้ที่มีฐานะยากจน ให้มีงาน มีรายได้เพิ่มขึ้น และโครงการซ่อมแซมต่อเติมบ้านพักที่เปรียบเสมือนต่อชีวิต เพราะ บ้าน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขภายในครอบครัว เธอทิ้งท่ายว่า “ อยากให้มีโครงการดี ๆ แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะคนที่เขายังขาดโอกาสในสังคมยังมีอีกเยอะ ถ้าเขาเหล่านั้นได้รับการช่วยเหลือ จะป็นการเสริมพลังกาย พลังใจให้สู้ต่อไปได้ ”

Powered by Froala Editor